บกับคมดาบสูงตระหง่านปานภูผาของกบฏผิงหนานอ๋องและนิกายสวรรค์…
ใบหน้าปีศาจบิดเบี้ยวเพราะความเกรี้ยวกราด
พวกมันมัดเขาไว้บนกำแพงเมือง คมดาบจ่อคอหมายเอาชีวิต ข่มขู่ให้ทหารข้างล่างถอยทัพ
ตามมาด้วยภาพเหตุการณ์กองทหารนับพันอาชานับหมื่น ภูเขา ซากศพทะเลโลหิตใครบางคนเพรียกหาเขาท่ามกลางความมืด
เขาจึงเดินไปตามเสียงนั้น
ทว่ามือข้างหนึ่งยื่นจากความว่างเปล่ามาคว้าแน่น ทุกย่างก้าวราวกับเหยียบคมมีดและตกในหม้อเดือด เขาอยากร้องออกมาสุดเสียง
ช่วยด้วย…
อย่างไรก็ตาม เสียงของเขากลับไร้ตัวตนในโลกนี้
เขาเป็นเหมือนวิญญาณเร่ร่อนที่ร่างกำลังจะแตกสลาย ซ่อนตัวรอ จังหวะในความมืด หมายอาศัยแรงเฮือกสุดท้ายทะลวงออกจากร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลนี้!
มีเสียงกระวนกระวายแว่วมาจากส่วนลึกของม่านหมอกไพศาล เสียงนั้นพร่ำเพรียกหา “จงมีชีวิตอยู่ จงรอดต่อไป จงมีชีวิตอยู่ให้ได้!”
อีกเสียงหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในความมืดหัวเราะชั่วร้าย “เจ้าสมควรตายไปนานแล้ว! ทุกข์ทรมานอย่างนี้ เหตุใดไม่ตายไปเสีย?!”
เหตุใดไม่ตายไปเสีย?
เหตุใดไม่ตายไปเสีย?
เหตุใดไม่ตายไปเสีย?!
ปีศาจยังคงวนเวียนในฝันร้าย งอกออกมาจากส่วนลึกของร่างกาย ผูกรัดจิตวิญญาณดุจตาข่ายยักษ์
เขาปราศจากดาบหรือกระบี่
ซ้ำยังไม่มีใครมาได้ยิน
จนกระทั่งตกอยู่ในสภาวะที่มองไม่เห็นและไม่ได้ยินอะไรเลยก็มีมือ เย็นเฉียบแตะแนบข้อมือเซี่ยเวยรู้สึกถึงความสั่นเทาจนในที่สุดก็ดิ้นหลุดจากฝันร้าย
เขาคว้าจับมือ