ง
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกคล้ายฝันไป นางมองคนธรรมดาผู้นิ่งสงบตรงหน้า ความเศร้าสร้อยพลันเอ่อท้น
นี่คือเซี่ยเวยแบบที่นางไม่เคยพบทั้งสองชาติ
ทว่าเป็นไปได้อย่างไรไฉนเซี่ยเวยจึงเป็นเช่นนี้ได้…
นางถอยหลังหนึ่งก้าว รู้สึกราวกับมีหินก้อนใหญ่กดทับทรวงอกจน หายใจไม่ออก
ดังนั้นจึงหันหลังเดินออกจากถ้ำ
สายลมหนาวด้านนอกที่พัดมาทำให้อารมณ์เย็นลง
เซี่ยเวยนั่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับเลยตั้งแต่ต้น เขาปิดถุงน้ำอย่างเชื่องช้าก่อนจะพิงร่างเบา ๆ
เขาคิดว่า หากนางไปจริงก็ดีแล้วทว่าไม่นานเสียงฝีเท้าก็ใกล้เข้ามาอีกครั้งกระทั่งนางเข้ามาในถ้ำจึง กล่าวเสียงเย็น “ข้างนอกหิมะหยุดแล้ว แดดออกแล้วด้วย สักพักอากาศจะเริ่มอุ่น พวกเราจะได้เดินทางต่อในไม่ช้า”
เซี่ยเวยส่งยิ้มที่แทบสัมผัสไม่ได้ จะเชื่อนางได้อย่างไรเล่า
หิมะตกไม่หนาว หิมะละลายสิหนาว
หากแดดออกจริง หิมะที่ยังเต็มภูเขาคงทำให้วันต่อมาลำบากแน่
เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้พูดถึงเรื่องผละจาก ราวกับไม่เคยได้ยินถ้อยวาจาอันใดของเซี่ยเวย
นับแต่วันนี้หน้าที่ย่างอาหารเป็นของนาง
เพียงแต่บางครั้งก็ไหม้ บางครั้งก็ไม่สุก ต้องพลิกไปมาหลายรอบกว่า จะหาที่เล็มกินได้
เซี่ยเวยไม่บ่นเลย
หรืออาจไม่มีแรงบ่นมากกว่า
อากาศที่หนาวกว่าเดิมทำให้เขาไอบ่อยและหนักขึ้นทุกทีจนคออักเสบ ครั้นหลับตาก็เจอภูตผีปีศาจหมู่มารอาละวาด ภูตภูเขาพรายน้ำเรืองอำนาจ
เห็นสายตาหวั่นหวาดของเหล่าเด็กไร้เดียงสาที่ถูกมัดรวมกัน สลั