่อยู่หลายวันมานี้ต้อง ขอบคุณฝีมือธนูของเซี่ยเวยเป็นอย่างมากที่ล่าสัตว์ปั่าในภูเขามาเติมให้ อิ่มท้องได้ ทว่าเดิมทีตัวเขาเป็นคนรักสะอาด ทั้งยังรู้ว่านางทนเห็นเลือด ไม่ค่อยไหว เมื่อล่าเสร็จจึงมักจะแล่เนื้อถลกหนังเสียตรงนั้นเพื่อไม่ให้นางเห็น ซ้ำยังแล่ไม่ให้เลือดเปือนตัวสักหยด
ทว่าบัดนี้…
นางสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติราง ๆ และรู้สึกใจหายจับจิต
เซี่ยเวยไม่สนใจเลือดที่เปือนกายแม้แต่น้อยหลังจากสอดไม้ไผ่เสียบเนื้อที่ช่องหินอย่างเฉยเมย เขาก็ออกไปอีกหนเพื่อหักช่อกิ่งพุ่มไม้มากมายมากองตรงปากถ้ำ ทำเป็นกำแพงครึ่งด้านที่ไม่แน่นหนานักสำหรับบัง ลมหิมะบางส่วน
จากนั้นจึงนั่งลงแล้วเริ่มก่อไฟ
ตลอดทุกขั้นตอนเซี่ยเวยไม่เปล่งวาจาสักคำ
เจียงเสวี่ยหนิงพลันสัมผัสได้ถึงความอึดอัดอันยากจะอธิบาย
เป็นความรู้สึกที่ไม่ได้มาจากพายุหิมะ
แต่มาจากคนตรงหน้า
นางเพียงหาพื้นที่พอสะอาดนั่งลงตรงหน้าเขาโดยไม่เอ่ยคำใด กอดเข่าพลางจ้องอย่างเงียบงัน
ม่านราตรีโรยตัวโดยไร้สุ้มเสียง
สายลมหวีดหวิวไม่ขาดสายอยู่ด้านนอก
แสงในถ้ำมืดสลัวลง
ใบหน้าของเซี่ยเวยเองก็พลอยเลือนรางไม่ชัดเจน
ทว่าเมื่อหินเหล็กไฟเริ่มส่งเสียงเคาะและก่อประกาย
เค้าโครงหน้าอันเย็นชาและนิ่งเฉยก็เริ่มวูบวาบสลับกันระหว่างสว่าง กับมืด ประเดี๋ยวต้องแสงสาดก็พลันสว่าง อีกประเดี๋ยวก็จมสู่ความมืดหลังจากไฟวูบลงอีกคราราวกับจมสู่การฉุดรั้งมิรู้จบ จวบจนสะเก็ดไฟร่วงสู่กองหญ้าแห้ง ล