เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกว่าเซี่ยเวยคล้ายไม่ค่อยปกติจริง ๆ
เดิมทีนางแค่ตั้งใจจะหยอกล้อ แต่ครั้นได้รับคำตอบเช่นนี้ก็เหมือน เพิ่มเงามืดหนักอึ้งเข้ามาอย่างไรก็ดี เมื่อนางนึกดูอีกหน อันที่จริงแล้วตนก็ไม่ได้กล่าวอะไรผิดไปเลย
ถึงอย่างไรสิ่งที่พูดก็เป็นความจริง
กาลก่อนตอนนางถูกรับตัวจากชนบทกลับสู่เมืองหลวงก็มีเซี่ยเวย ร่วมทาง ต่างตรงที่นางเพียงกลับบ้าน ส่วนเซี่ยเวยปกปิดตัวตน ต้องเข้าเมืองหลวงมาช่วยเสิ่นหลางชิงตำแหน่งรัชทายาทอย่างเงียบเชียบ
เป็นธรรมดาที่จะไม่มีผู้ใดเปลืองแรงมาสังหารนาง
ผู้ที่มาลอบสังหารสร้างปัญหากลางทางครานั้น เห็นได้ชัดว่าพุ่งเปั้า ไปยังเซี่ยเวย
ส่วนสองปีก่อนนางไม่รอบคอบ เข้าไปพัวพันในเหตุการณ์วางอุบาย ขุดรากถอนโคนนิกายสวรรค์ของเซี่ยเวย ระหว่างทางกลับจากทงโจว สู่เมืองหลวง คณะเดินทางก็พบการลอบสังหารเช่นกัน
แน่นอนว่าหน่วยพลีชีพไม่ได้มาเพราะเจียงเสวี่ยหนิงแต่อย่างใด
พวกเขาต่างมาเพื่อ ‘ติ้งเฟยซื่อจื่อ’ ที่สวรรค์ประทานเมตตาให้ เคราะห์ดีมีโอกาสรอดชีวิตผู้นั้น
สำหรับครั้งนี้ นางไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้วก็รู้สึกว่าตนไม่ได้ไปล่วงเกิน ผู้ใด ดังนั้นหากจะมุ่งหน้าสู่ด่านชายแดนตามลำพังคงไม่มีทางไปกระตุ้นความสนใจใครเข้า
แย่หน่อยตรงที่ดันร่วมทางกับเซี่ยเวย
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้คิ้วยิ่งขมวดแน่นกว่าเก่าถามอย่างอดไม่อยู่ว่า “ท่านทราบหรือไม่เจ้าคะว่าใครกันอยากสังหารท่าน”
เซี่ยเวยถือเกาทัณฑ์พร้อมลูกศรสะพ