อกกล่าวข่าวภายนอกที่ทราบมา เดินเข้าไป ดึงแขนเสื้อองค์หญิงเบา ๆ “สารลับเพิ่งส่งไปไม่นาน แม้จะถึงด่านชายแดนแล้วคนเหล่านั้นก็คงมิกล้าเคลื่อนไหวตามอำเภอใจ จำต้องส่งต่อไปยัง เมืองหลวงเพื่อรายงานฝั่าบาทก่อนจึงจะตัดสินใจได้เพคะ พระองค์ทรงเป็นองค์หญิงแห่งต้าเฉียน เป็นสายโลหิตราชนิกุล ฝั่าบาทและไทเฮาจะต้องมีรับสั่งให้ส่งกำลังพลเข้าตีซยงหนูเพื่อช่วยพระองค์ออกไปแน่นอนเพคะ!”
จะต้องช่วยข้าอย่างแน่นอนหรือ
สายตาที่ทอดไปไกลของเสิ่นจื่ออีเคลื่อนต่ำปลายฤดูใบไม้ร่วงต้นไม้ ร่วงโรยเปลี่ยนสี ผืนหญ้าแห้งกว้างไกลจนสุดขอบฟั้า นางมองทุ่งหญ้าซึ่ง ถูกม้ากัดแทะใต้เท้า โน้มตัวเด็ดรากหญ้าเน่าเปือยขึ้นมาจากดินสีดำเหลือง ทันใดนั้นก็คลี่ยิ้มดอกโบตั๋นในวังหลวงมีคนคอยดูแลอย่างพิถีพิถัน ลมมิเคยได้ต้อง ฝนมิเคยได้อาบ
ทุ่งหญ้าแห่งทะเลทรายอุดรกลับหยั่งรากลึกกลางดินแห้งแล้ง ละทิ้งสีสันงดงาม วางตนไว้ต่ำนัก เพียงปรารถนาเสี้ยวผืนดินให้เหลือที่สำหรับดำรงชีวิตท่ามกลางการรุกรานของความแห้งและความหนาวเหน็บ
ลมเหนือที่ไล้ผ่านทำให้นิ้วมือนางเย็นเป็นน้ำแข็ง
นางมองรากหญ้า เปล่งเสียงถอนใจยาว “ข้าเคยนึก หากแปลงกายเป็นต้นหญ้า ถึงอย่างไรสักวันฤดูใบไม้ผลิที่เฝั้าคอยก็ต้องมาถึง ทว่าฤดู ใบไม้ร่วงนี้ก็ดี ฤดูหนาวก็ดี ต่างยาวนานเกินไป นานเกินไปทั้งสิ้น…”
ห่างไกลออกไป เสียงเปั่าแตรยามค่ำดังขึ้นข้างหมู่กระโจม
ท่ามกลางสายลมหอบพัดกลับฟังประหนึ่งเสี