ข้าเองก็ไม่ผิดคำพูดผู้ใดเช่นกัน
เช่นกัน
ยามเจียงเสวี่ยหนิงได้ยินถ้อยคำดังกล่าวก็ยังสับสนอยู่บ้าง ด้วย ไม่ทราบว่าเซี่ยเวยเคยให้สัญญาใดแก่ใครไว้ กระทั่งภาพหนึ่งผุดขึ้นในความทรงจำอันเลือนราง พร้อมกันนั้นเสียงในวันวานซึ่งนางเกือบลืมไปแล้วก็ดังอยู่ริมโสต
“ท่านรองราชครูเซี่ย เมื่อใดกีบเท้าอาชาแห่งดินแดนภาคกลางจะ เหยียบย่ำด่านเยี่ยนเหมินเพื่อรับตัวองค์หญิงกลับมาเจ้าคะ”
“อีกไม่นานหรอก อีกไม่นาน”
พริบตานั้นดุจดังผิวน้ำแข็งปริแยกและบางสิ่งพลันพุ่งมาสัมผัส นาง เม้มริมฝีปากก่อนจะเผยอน้อย ๆ คล้ายต้องการกล่าวสิ่งใด
ทว่าเซี่ยเวยเก็บสายตากลับ
ใบหน้าเขาเรียบนิ่งเยือกเย็น ให้ความรู้สึกห่างเหินประหนึ่งเว้นระยะไกลจากผู้อื่นเป็นพันลี้ก่อนนางทันได้เอ่ยปากเขาก็กล่าวเสริม“ยิ่งกว่านั้น ข้ายังมีแผนการของข้าด้วย”
เจียงเสวี่ยหนิงตะลึงเซี่ยเวยพูดว่า “อย่างแรกคือเยี่ยนหลินให้ความสำคัญกับมิตรภาพเกินไป ความปรารถนาเก่าก่อนของเจ้าซึ่งยังไม่บรรลุ ข้าย่อมทำเป็นมองข้ามได้ ทว่าเยี่ยนหลินอาจทำไม่ได้ ดังนั้นหากเจ้าเอ่ยปากขอให้เขาช่วย เขาย่อม ดึงดันตามความตั้งมั่นบุกน้ำลุยไฟเพื่อเจ้าเป็นแน่ การสงครามที่ด่าน ชายแดนอันตรายเหลือจะกล่าวขอเพียงเกิดเหตุไม่คาดฝันสักเล็กน้อย แผนการหลายปีของข้าล้วนต้องกลับกลายเป็นสูญเปล่าพังทลายใน คราเดียว”
เสียงเขาเฉยชายิ่งกว่าเดิม
เขาลุกจากข้างโต๊ะ ดึงผ้าเช็ดมือด้านข้างมาใช้แล้วเอ่ยว่า “คุณหนูรอ