นางเอ่ยพลางลุกจากที่นั่ง
ยามนี้จึงเห็นว่านางสวมชุดกระโปรงเซียง[1]ลายหญ้าขดสีเขียวอ่อน อย่างอ้ายฉ่าว[2] ครั้นก้าวขึ้นหน้าชายกระโปรงก็พลิ้วไหวราวกับคลื่นน้ำ บาง ๆ นางเยื้องย่างมาถึงข้างกายเขา ก้าวอ้อมตัวแล้วมองพินิจขึ้น ๆ ลง ๆ
เว่ยเหลียงขนหัวลุก
ยามอีกฝั่ายยืนตรงหน้า เขาไม่กล้าเงยศีรษะยามอีกฝั่ายยืนข้างหลัง แผ่นหลังเขาแข็งทื่อดุจเสาหิน
ชาติก่อนเจียงเสวี่ยหนิงได้รู้จักเว่ยเหลียงเพราะความเข้าใจผิด
เวลานั้นหลินจืออ๋องเสิ่นเจี้ยเพิ่งขึ้นครองราชย์ เขาพานางเดินเล่นในย่านการค้าเมืองหลวง พบกลุ่มพ่อค้าจมูกโด่งเบ้าตาลึกจากทะเลไกลกำลัง เร่ขายผลไม้หน้าตาพิลึกพิลั่นบนถนน
มีผู้คนมามุงชมเรื่องน่าสนุกกันพอสมควร
แต่ผู้ที่คิดจ่ายเงินซื้อกลับมีน้อยจนแทบจะนับได้
นางกับเสิ่นเจี้ยมุงดูอยู่ด้านข้างเช่นกัน คาดไม่ถึงว่ายามจะปลีกตัว ออกมากลับเห็นบัณฑิตรูปร่างไม่ได้สูงหรือกำยำผู้หนึ่งเบียดตัวสู้ฝูงชนสุดกำลังเพื่อฝั่าไปให้ถึงตรงหน้าเหล่าพ่อค้า ครั้นเปิดปากก็บอกว่าตน ไม่เพียงต้องการซื้อผลไม้แต่อยากซื้อเมล็ดพันธุ์ด้วย
พล่ามน้ำท่วมทุ่งอยู่ครู่ใหญ่ สุดท้ายกลับตกลงราคากันไม่ลงตัว
บัณฑิตฉุนจนใบหน้าแดงก่ำ ซ้ำยังคล้ายติดใจผลและเมล็ดเหล่านั้น อย่างยิ่ง จึงยืนหยัดอยู่ตรงถนนไม่ยอมไปไหน
สุดท้ายเจิ้งเปั่าตาแหลมจำอีกฝั่ายได้ เข้ามากระซิบข้างหูเสิ่นเจี้ยว่า “ท่านนี้คือเว่ยทั่นฮวาที่พระองค์ทรงแต่งตั้งในการสอบคราวนี้มิใช่หรือพ่