สมเป็นเหตุให้เกิดภัยธรรมชาติ ซ้ำพวกเขายังตั้งเพิงแจกอาหารเป็นทาน กลับกลายเป็นกุมหัวใจคนไว้ได้เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้อยู่ในราชสำนักและไม่ใช่ขุนนาง แม้จะทนดูสภาพอันโหดร้ายไม่ได้ แต่ก็ไร้หนทางจะช่วยเหลือเหยื่อภัยพิบัติซึ่งมีตั้งมาก ต่อให้มองแผนการของนิกายสวรรค์ออกอย่างชัดเจนจนบังเกิดความกังวล แต่ครั้นหวนไตร่ตรองคำพูดที่นิกายสวรรค์กระพือก็ไม่นับว่าเป็นแค่ ‘ข่าวลือ’ จริง ๆ นั่นละ อีกทั้งเซี่ยเวยก็มันสมองเปียมกลยุทธ์ ชาติก่อนกวาดล้าง นิกายสวรรค์จนไม่เหลือซากยังทำมาแล้ว ฉะนั้นเรื่องทำนองนี้เขาก็คง ตรวจสอบทะลุปรุโปร่ง ไม่จำเป็นต้องให้ผู้อื่นคอยเตือนหรอก
ท้ายที่สุดนางก็หักใจ ให้สารถีมุ่งหน้าต่อ
พ้นแม่น้ำหวง ผ่านลั่วหยาง ข้ามถนนสู่ ถึงยังเฉิงตู แทบจะเดินทาง นับแต่ต้นฤดูร้อนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง ทิวทัศน์ที่ได้ยลระหว่างทางผันจากที่ราบสุดสายตาเป็นแม่น้ำเว่ยเชี่ยวกราก เส้นทางคมนาคมของแดนสู่ ทุรกันดารโดยธรรมชาติสุดท้ายค่อยถึงแผ่นดินอันอุดมแห่งแคว้นสวรรค์ซึ่งถูกโอบล้อมกลางขุนเขาสูงตระหง่าน
โหยวฟางอิ๋นได้รับข่าวที่เจียงเสวี่ยหนิงจะมาแดนสู่นานแล้ว ใช้เงิน ส่วนตัวของตนปลูกเรือนให้นางที่เฉิงตูและจื้อหลิวจิ่งที่ละหลังไว้ล่วงหน้าหลังหนึ่งสำหรับอยู่ประจำ อีกหลังสำหรับพักชั่วคราว ซ้ำยังคำนวณเวลา เพื่อมารอรับล่วงหน้าตรงสถานีพักม้าที่เฉิงตู
ยามเห็นเจียงเสวี่ยหนิงลงจากรถม้า นางเกือบจำไม่ได้ดวงหน้างามขาวซีดเปียม