ยิ่งสงบเท่าใดก็ยิ่งชวนให้ขวัญหนีเท่านั้น
เสียงร้องหนวกหูของจักจั่นที่ซ่อนกายอยู่กลางเงาแมกไม้ยิ่งขับความเงียบสงัดชวนใจเต้นระส่ำให้เด่นชัด
เจียงเสวี่ยหนิงคล้ายไม่ได้ยินสิ่งใดทั้งสิ้นกระทั่งเสียงจักจั่นนอกประตูหน้าต่างอันแสนใกล้ก็ประดุจห่างไกลสุดขอบฟั้า มีเพียงการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้นทุกขณะกับชีพจรที่ส่งผ่านฝั่ามือซึ่งกุมข้อมือนางจนแน่นเท่านั้นที่ แจ่มชัดและน่าหวาดหวั่น!
เรือนปีตู๋เทียบห้องทำพิณมิได้ห้องทำพิณธรรมดายังมีคนคอยรับใช้ ทว่าเรือนปีตู๋ไม่มีผู้ใดกล้าเข้า ใกล้มั่วซั่วสักก้าวเดียวชั่วขณะนี้ นอกจากทั้งคู่แล้วตรงทางเข้าก็ไม่มีผู้ใดอื่น
เมื่อก่อนเจียงเสวี่ยหนิงก็เคยขบคิดว่าเซี่ยเวยมองตนเช่นไรกันแน่
ชิงชัง ไม่พอใจ?
…
ไม่ว่าแบบใด นางก็ไม่เคยจินตนาการถึงวันนี้เวลานี้มาก่อน ความ เป็นไปได้ดังกล่าวนางไม่มีวันนึกถึง ซ้ำยังไม่กล้านึกด้วย ทั้งยังถูกนางตัดทิ้งไปตั้งแต่แรก!
ทว่าเซี่ยเวยกลับทำลายจนหมด
ใช่ว่าชาติที่แล้วนางเป็นดรุณีน้อยไม่ประสาเรื่องทางโลก อ่านใจคน ไม่เป็น
หากมิใช่เพราะเซี่ยเวยไม่เหมือนใครเกินไปนางคงไม่ถึงกับเพิ่งมาจับเค้าลางได้เอาปั่านนี้หรอก
เจียงเสวี่ยหนิงกำหมัดแน่นสุดกำลังถึงจะพอควบคุมอารมณ์ได้ฝั่ามือที่กุมข้อมือนางอย่างแน่นหนาไม่มีทีท่าจะคลายแรงแม้แต่น้อย
เซี่ยเวยทำประหนึ่งไม่ได้แสดงอาการผิดปกติอันใด ยังคงหลุบตามองอย่างเฉยชาวางตัวเหนือปุถุชน “รั้งอยู่เมืองหลวงต่อมีสิ่