งใดไม่ดีหรือ”
นางตัวสั่นเทา
เซี่ยเวยกลับเสมือนไม่สังเกต กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “คนในครอบครัวไม่กล้าหาเรื่องเจ้าง่าย ๆ อีก ด้านนอกมีเซียวติ้งเฟยคอยก่อเรื่องเป็นเพื่อน แม้แต่พี่สาวที่ปกติเจ้าไม่อาจทนมองก็แต่งงานออกไปแล้ว ภาย ภาคหน้าเยี่ยนหลินหวนสู่ราชสำนักกลับมาเมืองหลวงก็คงยินดีที่ได้เห็นเจ้า องค์หญิงเดินทางไปอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธ์ถึงต๋าต๋า ข่าวคราวย่อมส่งถึงราชสำนักไวที่สุด หากเจ้าอยู่เมืองหลวงจะได้รู้ข่าวทันที หรือถ้าทนการ ใช้ชีวิตในบ้านไม่ไหววันหน้าข้าจะเสนอเรื่องให้เพิ่มแผนกสตรีของสถาน- ศึกษาหลวง ได้ออกจากจวนมาเข้าสถานศึกษาก็ดีเหมือนกัน ผู้ใดก็ไม่อาจตำหนิแล้วไยต้องดึงดันจะไปเล่า”
ไร้การบังคับข่มขู่แม้แต่คำเดียว
กระทั่งว่ายามเอ่ยถ้อยคำเหล่านี้ ดวงหน้ายังเผยแต่ความใจกว้างดั่งขุนเขาหมอกหนาปกคลุมปราศจากความเห็นแก่ตน ราวกับสิ่งที่เขาเสนอมาทั้งหมดหวังดีกับนางแต่กลับเป็นดังแหยักษ์อันแน่นหนา!
ทุกคำที่ออกจากปากเซี่ยจวีอัน ทำเอาเจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกว่าแหยักษ์รัดตัวนางแน่นขึ้นทุกที!เข้ารุกล้ำที่ยืนและอากาศหายใจทีละน้อยจนนางไม่อาจดิ้นรน แทบหายใจไม่ออก!
นางพยายามรักษาความเยือกเย็นสุดกำลัง ไม่กล้ายั่วโทสะเขา “เซียนเซิงประเมินศิษย์สูงเกินไปนัก ที่แล้วมาศิษย์มีแต่เที่ยวกระทำ เหิมเกริมตามใจตน หากมิได้เซียนเซิงช่วยเหลือคงเกิดหายนะไปแล้ว”
เซี่ยเวยกล่าว “เช่นนั้นไยจะกระทำเหิมเกริมตามใจตนต่