ยุดฝึกฝน ทันใดนั้นหลี่ลี่ก็ตัวสั่นและงอตัวลง รู้สึกเจ็บปวดทรมาน
เขารีบฝืนความเจ็บปวดฝึกฝนเคล็ดวิชาปราณยุทธ์ชิงหง เมื่อพลังปราณไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายของเขาก็ค่อย ๆ ดีขึ้น รอจนดวงจันทร์ขึ้นกลางฟ้า ก้อนพลังปราณในร่างกายก็กลับมาเต็มเปี่ยมเช่นเดิม เขาจึงหยุดฝึกฝนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทว่าความเจ็บปวดเมื่อครู่นี้ทำให้หลี่ลี่ตระหนักได้ว่า การปล่อยปราณยุทธ์ออกไปจนหมดเช่นนี้อาจนำมาซึ่งอันตรายได้
ปราณยุทธ์ในร่างกายทำให้เส้นเลือด จุดชีพจร เส้นลมปราณ และกระดูกขยายใหญ่ขึ้น เมื่อปราณยุทธ์หายไปในคราเดียว เส้นเลือด จุดชีพจร เส้นลมปราณและกระดูกก็จะหดตัวลงอย่างกะทันหัน หากไม่ระวัง อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บภายใน ซึ่งรักษายากมาก
แผลภายนอกนั้นรักษาง่าย ไม่ส่งผลต่อการฝึกฝนปราณยุทธ์ ทว่าหากบาดเจ็บภายใน ไม่เพียงแต่รักษายาก แต่ยังส่งผลต่อการฝึกฝนปราณยุทธ์ด้วย จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ
หลี่ลี่ตื่นตระหนกรู้สึกหวาดกลัวกับความประมาทของตนเอง
เขามองไปที่ตำราวิหารแห่งราตรี ตัวอักษรนั้นชัดเจนมาก แต่ภาพวาดด้านล่างยังคงพร่ามัว อย่างไรเสีย ก็ถือว่ามีความคืบหน้ามากแล้ว หลี่ลี่จึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความเร็วเช่นนี้ อีกหนึ่งหรือสองเดือนข้างหน้า ตำราวิหารแห่งราตรีจะต้องกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าตำราวิหารแห่งราตรีจะกลับมาเป็นเหมือนวันแรก ทว่าเขาสามารถเข้าไปฝึกฝนได้เพียงสามวันเท่านั้น ปัญหาเ