้านำไปรวมกับข้าวของที่ต้องจำนำ พวกนางจึงแยกใส่ไว้ในกล่องขนาดเล็กแล้ววางลงบนโต๊ะ
ตอนเจียงเสวี่ยหนิงกลับมาจึงมองเห็นในผาดเดียว
เหลียนเอ๋อร์รีบเข้ามาอธิบาย “เมื่อครู่เห็นว่าอยู่ในกล่องเครื่องประดับ บ่าวกับถังเอ๋อร์ไม่กล้าแตะต้องโดยพลการ จึงใคร่เรียนถามท่านว่าจะให้จัดการเช่นไรดีเจ้าคะ”
หยกเขียวเหอเถียนสีสันสดใสเปล่งประกายแวววาว ลวดลายละเอียดลออ ประหนึ่งคลื่นวารีกระเพื่อมไหวเป็นระลอก
เจียงเสวี่ยหนิงหยิบขึ้นมาด้วยอาการเหม่อลอยเล็กน้อย
ถังเอ๋อร์และเหลียนเอ๋อร์ต่างไม่กล้าเปล่งวาจา
ผ่านไปครู่หนึ่งเจียงเสวี่ยหนิงพลันเอ่ยถามขึ้นมา “เสิ่นเจี้ยอภิเษกสมรสเมื่อใด”
ทุกคนต่างเรียกขานกันว่า ‘หลินจืออ๋อง’ครั้นได้ยิน ‘เสิ่นเจี้ย’ สองคำนี้ สาวใช้ทั้งสองจึงยังไม่รู้สึกตัว ก่อนจะลอบปาดเหงื่อเย็นเยียบเพราะความอุกอาจของเจียงเสวี่ยหนิง ตอบกลับไปว่า “วันที่สิบแปดเดือนนี้เจ้าค่ะ อีกไม่ถึงสองวันแล้ว คุณหนูจะไปหรือเปล่าเจ้าคะ”
เจียงเสวี่ยหนิงเก็บกำไลกลับลงกล่อง
ทว่าแววตาว่างเปล่าประหนึ่งเมฆถูกสายลมพัดผ่านจนกระจัดกระจาย ตอบช้า ๆ ว่า“สมควรไปสักหน่อย”