วอันสูงค่า ณ มุมอุทยานหลวงแผ่กิ่งก้านสาขาช่างละม้ายโครงกระดูกขาวนอกด่านเยี่ยนเหมินซึ่งปราศจากผู้นำไปบรรจุฝัง
ทว่ามีกลิ่นหอมหวานของดอกพุดซ้อนในอากาศ
เสิ่นจื่ออีหันหลังให้เจียงเสวี่ยหนิงทอดสายตามองพระจันทร์ข้างแรมซึ่งประดับบนท้องฟั้าสีน้ำเงินเข้ม ก่อนจะกวาดสายตามองรอบด้าน ผ่านไปเนิ่นนานถึงเคลื่อนสายตากลับมามอง แต่มิได้เอ่ยอะไร เพียงโน้มกายกอบดินอันอ่อนนุ่มใต้ต้นไม้และเดินกลับมาหา
จากนั้นจึงวางดินใส่มือเจียงเสวี่ยหนิง
ไม่อาจบอกได้ว่าเบาหวิวหรือหนักอึ้ง
นางเผยรอยยิ้ม เนตรทั้งสองเจิดจรัสดั่งดวงดารา
“หนิงหนิง อย่าไปส่งข้า รอให้วันใดเยี่ยนหลินเหยียบย่ำบดขยี้ด่านเยี่ยนเหมิน จงนำดินก้อนนี้ติดตัวไปและค่อยรับข้ากลับมาตุภูมิ กลับสู่บ้านเกิดเมืองนอน!”ครรลองจักษุพลันพร่าเลือนด้วยน้ำตา
กลางยามโหย่วสองเค่อ เสิ่นจื่ออีเดินผ่านโคมชาววังอันสว่างไสวโดยมิได้หยุดยั้งอีก
ครั้นเงาร่างลาลับ เจียงเสวี่ยหนิงถึงเดินซวนเซตามไปหลายก้าว ทว่าเพียงชั่วพริบตาก็มิอาจมองเห็นสิ่งใดในความมืดได้อีก “องค์หญิง หม่อมฉันสัญญาเพคะ!”
เสียงแหบพร่ากรีดผ่านความมืดมนอันธการ
องค์หญิง หม่อมฉันสัญญาเพคะ…
หากวันใดเยี่ยนหลินเหยียบย่ำบดขยี้ด่านเยี่ยนเหมิน หม่อมฉันจะนำดินก้อนนี้ติดตัวไปและรับพระองค์กลับมาตุภูมิ กลับสู่บ้านเกิดเมืองนอน!
หม่อมฉันขอสัญญากับพระองค์