รยึดติดหรือฝืนดึงดันอีก อย่างไรเสียเมื่อคนผู้หนึ่งตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ผู้อื่นจะไปเปลี่ยนใจได้เช่นไรกัน
ทำได้เพียงไม่เต็มใจและไม่ยินยอมเท่านั้น
หรือจะต้องทนดูชะตากรรมที่อีกฝั่ายรอนแรมไปยังดินแดนแห่งความตายโดยไม่พยายามขัดขวางแม้แต่น้อย
นางกุมมือเสิ่นจื่ออี เอ่ยแทบวิงวอน “อย่าทรงทำเช่นนี้สิเพคะ องค์หญิง อย่าทรงทำเช่นนี้ไม่ว่าจะเป็นวาจายามเมามายหรือไม่ แต่พระองค์ทรงรับปากหม่อมฉันแล้ว หม่อมฉันจะพาพระองค์ออกจากวัง หม่อมฉันจะพาพระองค์ไปเพคะ!”
เสิ่นจื่ออีน้ำตาพรั่งพรู “ให้ถือว่านั่นเป็นความปรารถนาเกินเอื้อมที่ไม่มีวันเป็นจริงได้ตลอดกาลก็แล้วกัน”
นางหมุนกายจากไป
ด้วยกลัวว่าหากมองเจียงเสวี่ยหนิงนานเข้าจะใจอ่อนและนึกเสียใจขึ้นมา
เจียงเสวี่ยหนิงกลับไล่ตาม ในที่สุดก็อดตะโกนไม่ได้ “ต๋าต๋าทะเยอ-ทะยานประดุจหมาปั่า การอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีเป็นแค่แผนถ่วงเวลา เรื่องนี้เดิมทีไม่ควรให้พระองค์ทรงเป็นผู้แบกรับเลยนะเพคะ! ทรงทราบหรือไม่ว่าหากเสด็จไปครั้งนี้อาจจะ…”
เสิ่นจื่ออีชะงักฝีเท้า
สุดท้ายเจียงเสวี่ยหนิงก็ไม่กล้าพูดคำนั้นออกมา ด้วยกลัวว่าพูดไปแล้วจะกลายเป็นความจริง นางทอดสายตามองแผ่นหลังของอีกฝั่ายกล่าวด้วยความเศร้าโศก “องค์หญิงเสด็จจากบ้านเกิดนับหมื่นลี้ หนทางแสนยาวไกล หม่อมฉันก็เพียง เพียงกลัวว่าจะเสด็จไปนาน ยามคิดถึงจะไม่เห็นพระองค์เพคะ”
บุปผาโรยราจนหมดสิ้น เงาไม้ทาบทอตัดสลับไปมา
ต้นเหมยเขีย