ทุกคนต่างเข้าวังหลวงมาเยี่ยมเยียนและร่วมเดินชมอุทยานหลวงกับนาง
แม้เซียวซูจะเคยเป็นพระสหายร่วมศึกษาที่เรือนหยางจื่อ แต่ก็มิได้ตามไป เพียงทอดสายตามองอยู่ไกล ๆ ข้างภูเขาจำลองพร้อมสั่งนางกำนัลด้านข้าง “ถอนองครักษ์ที่เพิ่มการอารักขาที่ตำหนักหมิงเฟิงให้หมด ให้ไปประจำที่ประตูวังทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือแทน ห้ามผู้ใดเคลื่อนไหวโดยพลการ จากนั้นส่งคนไปเฝั้าจับตาดูอย่างถ้วนถี่ หากคุณหนูรองจวนรองเสนาบดีเจียงมาถึงแล้วจงรายงานข้าก่อนเป็นอันดับแรก”
นางกำนัลงงงันเล็กน้อย
เซียวซูกลับหลุบตาเก็บงำประกายคมปลาบเดินย้อนกลับตำหนักของตนโดยไม่ปรายตามองผู้คนในอุทยานหลวงแม้แต่น้อย
เจียงเสวี่ยหนิงมาถึงล่าช้า
ระหว่างทางต้องเดินผ่านประตูวังหลายแห่งนอกจากประดับประดาด้วยผ้าและโคมไฟสวยงามแล้วกลับมิได้ต่างจากการเข้าวังทุก ๆครั้ง ชาติก่อนขณะเสิ่นจื่ออีรับพระราชโองการให้เดินทางไปอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรี นางได้รับคัดเลือกให้เป็นพระชายาหลินจืออ๋องและกำลังรอให้พิธีวิวาห์เสร็จสิ้นอยู่ภายในจวนมิหนำซ้ำเสิ่นจื่ออียังเคืองแค้นและมิได้มาสนิทสนมด้วย นางย่อมอยากให้เด็กสาวขวางหูขวางตาผู้นี้จากไปไกลได้เท่าใดยิ่งดี ไหนเลยจะเข้าวังหลวงมาส่งเสิ่นจื่ออีออกเดินทาง จึงไม่อาจเปรียบเทียบได้ว่าทั้งสองชาติต่างกันหรือเปล่า
ทว่าในวังยังมีเจิ้งเปั่า
เพิ่งเดินผ่านประตูวังได้สองบานและยังไม่ทันเดินเข้าอุทยานหลวงก็เห็นเจิ้