งเปั่าเดินมาจากทางตำหนักเฉียนชิง เขาพูดอย่างรวดเร็วขณะเดินเฉียดผ่าน “เสียนเฟยเคลื่อนย้ายองครักษ์วางแผนให้คนติดกับ ตัวปลอมลอบเข้าตำหนักหมิงเฟิงแล้ว ยามโหย่วสามเค่อราชรถหงส์ขององค์หญิงจะเคลื่อนออกจากวัง คุณหนูต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนยามโหย่วสองเค่อ ให้องค์หญิงทรงแต่งกายเป็นนางกำนัลและเดินออกจากประตูซุ่นเจิน และขอให้คุณหนูรีบออกจากวังหลวงโดยเร็วที่สุด”
กลางยามโหย่วสามเค่อเป็นฤกษ์มงคลที่สำนักโหรหลวงคำนวณมา
กลางวันกลางคืนในวสันตฤดูยาวใกล้เคียงกันกลางยามโหย่วสามเค่อคือเวลาที่ดวงตะวันเลือนหายดวงจันทราแรกขึ้น เปลี่ยนจากหยางเป็นหยิน
แต่เจียงเสวี่ยหนิงคิดว่าคงทำเหมือนตอนเนรเทศจวนหย่งอี้โหวกลางดึกนั่นละ ราษฎรกำลังวิจารณ์เรื่องการอภิเษกสมรส ราชสำนักเกรงว่าหากเป็นช่วงกลางวันอาจเกิดเหตุวุ่นวายจนจัดการยากเกินไป ด้วยเหตุนี้จึงสร้างเหตุผลอันยิ่งใหญ่ขึ้นมาเปลี่ยนเวลาเป็นช่วงค่ำ
ครั้นนางได้ฟังก็เพียงผงกศีรษะ มิได้กล่าวอะไร เดินเข้าไปราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
เหล่านางกำนัลนำทางไปยังอุทยานหลวง
เสิ่นจื่ออีเห็นนางแล้วก็ตัดพ้อว่ามาสายเหลือเกินประหนึ่งไม่ได้เป็นอะไร
เจียงเสวี่ยหนิงเบ้าตาแดง ตอบไปว่า“เช่นนั้นทรงลงโทษให้หม่อมฉันอยู่เป็นเพื่อนองค์หญิงมากสักหน่อยเถอะเพคะ”
ยามศึกษาเล่าเรียนที่ตำหนักเฟิงเฉิน ทุกคนรู้ดีว่าองค์หญิงใหญ่เล่อหยางทรงรักใคร่และเข้าข้างเจียงเสวี่ยหนิงมากเพียงใด เมื่อที่พึ่งอันยิ่