จวบจนเซี่ยเวยขึ้นรถม้าจากไปไกลแล้ว เจียงเสวี่ยหนิงก็ยังคงงงงวย
คนผู้นี้เป็นอะไรเนี่ย
นางนึกถึงช่วงที่เยี่ยนหลินเพิ่งยกทัพกลับเมืองหลวงชาติก่อน ยามนั้นนางกระวนกระวายและเคยกล่าวกับเซี่ยเวยทำนองว่าหลังทดแทนบุญคุณแล้วต่างฝั่ายต่างไม่ติดค้างกัน ทว่าอีกฝั่ายเหมือนจะไม่ได้แสดงออกชัดถึงเพียงนี้นี่นา
สองครั้งมานี้นางมักจะรู้สึกว่าเซี่ยเวยมีอะไรแปลก ๆ
แต่แปลกที่ใดกันแน่ เจียงเสวี่ยหนิงบอกไม่ถูกจริง ๆ
ในเมื่อขบคิดแล้วหาสาเหตุไม่พบก็โยนความสับสนทิ้งไปเลยดีกว่า อย่างไรเสียเซี่ยเวยก็ไม่อาจคาดเดาความรู้สึกและเอาใจยากอยู่แล้ว หากแค่ใช้เวลาหน่อยก็เดาได้ว่าเขาคิดอะไร ไหนเลยจะดำรงอยู่ได้ในราชสำนักที่มีแต่ความว้าวุ่นไม่แน่นอน
สิ่งสำคัญคือเซี่ยเวยรับปากแล้ว!
ถึงนางจะติดต่อกับเจิ้งเปั่าและไปขอความช่วยเหลือจากโจวอิ๋นจือมาเรียบร้อย ทว่าหากต้องการทำภารกิจให้ลุล่วงด้วยกำลังน้อยนิดเช่นนี้ก็แทบเรียกได้ว่าต้องเดิมพันด้วยชีวิตและอาจมีช่องโหว่ แต่ถ้าบุคคลซึ่งมีความสำคัญในราชสำนักเช่นเซี่ยเวยให้ความช่วยเหลือสักนิดอัตราความสำเร็จก็จะเพิ่มพูนอักโข มิหนำซ้ำต่อให้ล้มเหลว ผู้บริสุทธิ์เช่นเจิ้งเปั่าก็จะรอดพ้นโดยไม่ต้องเข้าไปพัวพันด้วย
ความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อม!
ครั้นเจียงเสวี่ยหนิงนึกถึงจุดนี้ก็แทบกระโดดจนตัวลอย ครั้นกลับถึงเรือนทุกอย่างก็อยู่ในความสงบ ในเมื่อเซี่ยเวยกล่าววาจาข่มขู่ไปภายในจวนทั้งเบื้องบนจดเบื้องล่างก