เจียงเสวี่ยหนิงนั่งห่อเหี่ยวอยู่โรงอุปรากรจนพลบค่ำ ส่วนเซียวติ้งเฟยซึ่งยามปกติเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนานร่าเริงกับนางกลับไม่กล้าตอแยเพียงปอกเปลือกถั่วลิสงแกะเมล็ดแตงโมที่ได้รับมาให้เรียบร้อยเกลี้ยงเกลาและวางกองข้างมือนาง
ทว่าเจียงเสวี่ยหนิงมิได้กินแม้แต่ครึ่งเมล็ด
จวบจนดวงตะวันตกดิน นางก็ลุกขึ้นราวกับตัดสินใจอะไรได้ในที่สุด ตั้งท่าจะเดินออกไปข้างนอก
เซียวติ้งเฟยถามทันที “ยังต้องให้จัดการเรื่องบัณฑิตซึ่งเป็นพรรคพวกของเวิงอั๋ง รวมถึงพวกขอทานตามท้องถนนต่อไปอีกหรือไม่”
เจียงเสวี่ยหนิงตอบ “เหตุใดต้องไม่ทำเล่า”
เซียวติ้งเฟยนิ่งอึ้ง “แต่เรื่องนี้…”
เจียงเสวี่ยหนิงบอก “นางทำให้ข้าเป็นทุกข์ข้าก็จะไม่ปล่อยให้นางมีความสุขหรอก”
เซียวติ้งเฟยอับจนคำพูด ใช้สายตามองส่งนางเดินออกจากโรงอุปรากร
วันก่อนราชสำนักถกเรื่องการรื้อคดีสืบสวนตระกูลเซียว ทำให้วันนี้ทุกคนตื่นตระหนกเพราะข่าวการแต่งตั้งเซียวซูเป็นพระสนม ฮ่องเต้แต่งตั้งเซียวซูซึ่งเป็นศูนย์กลางของความวุ่นวายในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้มิเท่ากับมีพระประสงค์จะเข้าข้างตระกูลเซียว เข้าข้างเซียวซูหรือไรเล่า
ทว่ามีข่าวใหม่แพร่ออกมายามพลบค่ำ
ฎีกาที่รองเสนาบดีกรมคลังเจียงปั๋อโหยวร้องเรียนติ้งกั๋วกงเซียวหย่วนส่งถึงมือสำนักมหาบัณฑิต หลังจากขุนนางที่ปรึกษาทุกท่านปรึกษากัน ก็ลงความเห็นว่าสมควรรื้อคดีเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ก้านโจวขึ้นมาสืบสวนใหม่ครานี้ขุนนางทั้งบุ๋น