เจิ้งเปั่าออกมาส่งเจียงเสวี่ยหนิงด้วยสีหน้าปราศจากความเปลี่ยนแปลง ราวกับว่าการหารือตลอดสองชั่วยามเมื่อครู่มิใช่เรื่องน่าตกตะลึงพรึงเพริดที่หากแพร่งพรายจะหัวหลุดจากบ่า เขาเพียงยืนอยู่ข้างประตูพร้อมพูดว่า “การคุ้มกันในวันอภิเษกสมรสย่อมแน่นหนา ฉะนั้นมีเวลาให้คุณหนูดำเนินการไม่มากแล้ว เจิ้งเปั่าช่วยได้แค่เท่านี้ ที่เหลือขอให้คุณหนูรองเจียงโปรดวางแผนด้วยความละเอียดรอบคอบขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงมองเขาอย่างเลื่อนลอย
ขามาฝีเท้านางมิได้ผ่อนคลาย ส่วนขากลับยิ่งหนักอึ้งอย่างเห็นได้ชัด นางเผยอปากหลายครั้งทว่าไม่เอ่ยอะไร
เจิ้งเปั่ามีดวงตาสงบนิ่งกระจ่างใส ประหนึ่งมองความรู้สึกผิดและกระวนกระวายซึ่งกำลังเอ่อท้นในใจนางออก เขาจึงส่งยิ้มเป็นเชิงปลอบ“องค์หญิงใหญ่ทรงเป็นคนดี ข้าน้อยมีบุญคุณต้องตอบแทน นอกจากนี้เมื่อพิจารณาแผนการของคุณหนูรองเจียง หากเรื่องแดงอย่างมากข้าก็เพียงรับโทษในฐานบกพร่องต่อหน้าที่ ในเมื่อตัดสินใจไปแล้ว คุณหนูโปรดอย่าลังเลอีกเลยขอรับ”
ชาติก่อนเสิ่นเจี้ยเป็นผู้ช่วยชีวิตเจิ้งเปั่า เมื่อเสิ่นเจี้ยขึ้นครองราชย์เขาก็คอยปรนนิบัติรับใช้ข้างกายนานหลายปี ไม่ว่าเสิ่นเจี้ยจะไปที่ใดเป็นต้องเห็นเจิ้งเปั่าอยู่ด้วย ทั้งยังทำงานละเอียดรอบคอบปราศจากช่องโหว่ เพียงแต่คนผู้นี้วางตนไม่เป็นที่สะดุดตาเสียเหลือเกิน ยามปกติเจียงเสวี่ยหนิงจึงไม่ค่อยสนใจเช่นกัน จวบจนสุดท้ายขณะเซี่ยเวยและเยี่ยนหลินก่อกบฏ คนผู้นี