้ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงชักกระบี่ยอมตายตามผู้เป็นนายคนอื่นจึงได้รู้ว่ายังมีชายชาตรีอกสามศอกผู้เหี้ยมหาญเช่นนี้อยู่ในวังหลวงด้วย
นางนิ่งเงียบอยู่นาน
แต่หากจะกล่าวถ้อยคำแสดงความรู้สึกผิดอะไรนั่น ตัวนางเองนั่นแหละต้องการให้เขา‘ตอบแทนบุญคุณ’ ดังนั้นจึงไม่มีคุณสมบัติและไม่อยู่ในจุดที่จะกล่าวได้จริง ๆ ทำได้เพียงค้อมกายคารวะคนผู้นี้ที่ตนไม่เห็นในสายตาเมื่อชาติก่อนแล้วก้าวลงบันได
เนื่องจากเป็นแผนการลับสุดยอด วันนี้นางจึงออกจากจวนตามลำพัง ส่วนขากลับก็เดินเตร่บนท้องถนน
เสียงการดำรงชีพตามท้องตลาดดังอยู่ข้างโสต
เจียงเสวี่ยหนิงใจคอไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวครั้นมาถึงละแวกโรงกระเบื้องเคลือบก็ไปหาโจวอิ๋นจือ ชาติก่อนเขาเคยทรยศนาง ทำให้นางไม่กล้าสนิทใจและไม่ได้บอกแผนการทั้งหมด เพียงสั่งให้เขาทำงานบางอย่าง เมื่ออีกฝั่ายรับปากแล้วถึงเดินทางย้อนกลับจวนตระกูลเจียง
ยามนี้ดวงตะวันกำลังจะลับขอบฟั้า
หลินจืออ๋องเสิ่นเจี้ยเลือกพระชายาวันนี้ หากไม่ผิดจากชาติที่แล้ว อีกสักครู่คงประกาศผล เมื่อตนไม่เข้าไปก่อกวน อีกทั้งเจียงเสวี่ยฮุ่ยยังนำผ้าเช็ดหน้าปักลายผืนนั้นไปด้วย ชาตินี้คงสมปรารถนากระมัง
จริงดังคาด เมื่อนางย่างเท้าเข้าประตูมาก็มองเห็นเหล่าสาวใช้กำลังหัวเราะพูดคุยกัน
นอกจากนี้ยังเห็นสิ่งของพระราชทานจากวังหลวงวางเรียงรายขณะเดินผ่านห้องโถงอีกต่างหาก
เจียงเสวี่ยหนิงครุ่นคิด ชาติก่อนตนชื่อเสียงไม่ค่อยดี นางมารเฒ่าในวั