าททรงมีพระประสงค์จะลงดาบตระกูลเซียว หม่อมฉันก็ยินดีถวายความช่วยเหลืออันแสนเล็กน้อยเพคะ”เสิ่นหลางทอดพระเนตรนาง พระเนตรฉายประกายเข้มขึ้นเรื่อย ๆ ทรงพระสรวลเย้ยหยัน“อย่างเจ้านี่นะ? พูดจาใหญ่โตน่าฟังถึงเพียงนี้เกรงว่าคงแค่ไม่อยากเดินทางไปบ้านปั่าเมืองเถื่อนเพื่ออภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีกับต๋าต๋ามากกว่ากระมัง”
หน้าผากเซียวซูปรากฏเหงื่อเย็นเยียบผุดซึม
นางหลับตาพร้อมตอบว่า “ขอฝั่าบาททรงพระเมตตาด้วยเพคะ”
ในที่สุดเสิ่นหลางก็ทรงลุก นิ้วพระหัตถ์ควงแผ่นปั้ายยอดเขียวซึ่งมีชื่อของจางกุ้ยเหรินยื่นออกไปเชยคางอันงดงามของเซียวซู หรี่พระเนตรลงเล็กน้อยขณะตรัสว่า “ญาติผู้น้องประสงค์จะเข้ารับการคัดเลือกชายาหลินจืออ๋องไม่ใช่หรือแล้วต้องการให้เรามีเมตตาเช่นไร”
แม้นิ้วมือของเจ้าผู้ปกครองจะมิได้สัมผัสผิวหนัง ทว่าพฤติกรรมเกี้ยวพาราสีนั้นเหมือนกำลังปฏิบัติต่อหญิงนางโลมก็ไม่ปาน!
ความอัปยศอดสูเอ่อท้นทันที
เซียวซูกะพริบตา สุดท้ายก็ทำได้เพียงสะกดกลั้นลงไปเสีย นางเคลื่อนนิ้วมือสั่นระริกไปยังปกเสื้อ ปลดรังดุมด้านหน้าอย่างแช่มช้า เปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ออกจนหมดท่ามกลางการจับจ้องอย่างร้อนแรงของเสิ่นหลางราตรีต้นวสันต์ อากาศยังคงหนาวเย็น
ครั้นผิวพรรณขาวละเอียดประดุจหิมะโผล่พ้นก็สั่นเทิ้ม ส่วนชูชันตั้งตระหง่านประดุจขุนเขากำลังกระเพื่อมไหว ร่องลึกกอปรด้วยเส้นสายอันงดงาม อวบอิ่มจนแทบไม่อาจใช้มือกอบ ส่วนบริเวณที่แบบบางนั้