“สองพันห้าร้อยอีแปะ”
“คุณหนูรองเจียง สมองข้าเหมือนทำจากเต้าหู้หรือไร”
“นาเกลือตระกูลเหรินคุ้มค่า”
“แต่ท่านไม่คุ้มค่า”
“จะต่อราคาหรือ”
“สองพันอีแปะ มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
“สองพันสองร้อยอีแปะ”
“เปิดราคาสูงเหลือเกิน ท่านได้เงินจากคนแซ่หลี่ว์ไปไม่น้อยแล้วนะ เจรจาการค้าเขาไม่ทำกันเช่นนี้!”
“จะไม่ซื้อก็แล้วแต่”
“…หา ท่านจะไปจริงหรือ! ได้ สองพันสองร้อยอีแปะก็ได้ ไม่เปลี่ยนแล้ว!”
…
ท้ายที่สุดหลี่ว์เสี่ยนก็เป็นพ่อค้า แม้เขาจะอยากใช้ค้อนทุบศีรษะสตรีรูปงามตรงหน้ายิ่งนักแต่เปลือกนอกก็ยังคงรักษารอยยิ้มอันเหมาะสมดังเดิม เขาสั่งให้เด็กรับใช้ในร้านนำตั๋วแลกเงินตามจำนวนออกมา ต่างเขียนสัญญาใหม่ จากนั้นประทับตราของตนลงไป
ขายออกไปสี่ร้อยอีแปะ แต่ซื้อกลับมาด้วยราคาสองพันสองร้อยอีแปะ
แรกเริ่มซื้อมาราคาห้าร้อยอีแปะต่อหุ้น เมื่อขายด้วยราคาสี่ร้อยอีแปะต่อหุ้นจึงขาดทุนหนึ่งพันตำลึง บัดนี้ซื้อกลับมาด้วยราคาสองพันสองร้อยอีแปะ หากคำนวณโดยใช้ราคาตั้งต้นที่สี่ร้อยอีแปะต่อหุ้นก็จะขาดทุนหุ้นละหนึ่งพันแปดร้อยตำลึง เมื่อเป็นหนึ่งหมื่นหุ้นจะเท่ากับหนึ่งหมื่นแปดพันตำลึง!
เขามิได้รู้สึกประหนึ่งดวงใจเพียงกลั่นโลหิตอีกต่อไป ทว่าไหลพรั่งพรูเป็นน้ำตกเลยต่างหาก!
หลี่ว์เสี่ยนมือสั่นเทาไม่หยุดขณะส่งมอบตั๋วแลกเงินสองหมื่นสองพันตำลึงให้เจียงเสวี่ยหนิง
นิ้วออกแรงยึดจับไว้ ไม่ยอมปล่อยอยู่เนิ่นนาน
เจียงเสวี่ยหนิงดึงไม่หลุด นางช้อนด