หากพูดกันตามตรง แม้จางเจอจะเข้ากรมอาญามาไม่นานนัก แต่ขอเพียงมีตาย่อมดูออกว่าเขามีนิสัยใจคอแบบใด
ปีก่อนรองเสนาบดีเฉินอิ๋งเลี้ยงอาหารที่ร้านสี่เฉิน
งานเช่นนั้นย่อมเรียกหญิงงามจำนวนหนึ่งเข้ามา ‘ปรนนิบัติรินน้ำและสุรา’ อยู่แล้ว ขุนนางบางคนซึ่งมีนิสัยเสเพลและเคยชินกับการทำเรื่องลามกอนาจารเริ่มมือไม้อยู่ไม่สุข กระเซ้าเย้าแหย่สตรีเหล่านั้น
ใต้เท้าจางผู้นี้องคาพยพสมส่วน ใบหน้าเย็นชา นั่งรวมกับผู้อื่นแล้วดูไม่เข้าพวก
เมื่อสตรีในโลกโลกีย์พานพบจึงอดหวั่นไหวไม่ได้
อย่างไรเสียบางคนดูเหมือนวิญูชน แต่ความจริงต่ำช้ากว่าคนที่ตรงไปตรงมาหลายส่วนด้วยซ้ำ ในเมื่อมาสถานที่เช่นนี้ย่อมไม่อาจกระทำตนสูงส่งปราศจากมลทิน หรืออย่างน้อยต่อให้เขาเป็นวิญูชนที่แท้จริง ได้ยั่วเย้าบ้างจะไม่ยิ่งสนุกกว่าเดิมหรือ
สตรีสองนางผู้มีร่างกายอ่อนนุ่มราวกับไร้กระดูกจึงคิดอิงแอบแนบชิดแต่ยังไม่ทันเข้าใกล้ เขาก็ลุก
ผู้อื่นพลันหัวเราะและโห่ร้อง
ทว่าใต้เท้าจางผู้นี้กลับแสดงท่าทีถ่อมตน แจ้งอย่างตรงไปตรงมาว่าตนคออ่อนไม่อาจดื่มสุราคงไม่สะดวกอยู่ขัดความสำราญของผู้อื่นที่นี่ จึงใคร่ขอตัวลากลับก่อน
พูดจบก็หมุนกายจากไปทันที
ตอนนั้นทุกคนในร้านอาหารสี่เฉินมองหน้ากันไปมา
รองเสนาบดีเฉินสีหน้าไม่สู้ดีนัก
ต่อมากรมอาญาก็ลอบลือกันว่าใต้เท้าจางเจอผู้นี้ไม่รู้จักหาความสำราญและไม่รู้จักกาลเทศะ
เจ้าหน้าที่ทั้งสองนายย่อมเคยได้ยินเช่นกัน
นอกจากนี้ยังเค