แท่นวางพู่กันกระเบื้องเคลือบหรู่เหยาสีขาวตั้งบนโต๊ะยาวแกะสลักเคลือบเงา พู่กันขนาดเล็กด้ามหนึ่งวางพาดริมฝังซ้ายของแท่นวาง รอยหยดน้ำตาของไผ่นางสนม[1]ปรากฏบนตัวด้ามน้ำหมึกแข็งตัวเกาะปลายขนแพะอันอ่อนนุ่ม ดูออกว่าไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน น้ำหมึกในจานฝนหมึกอีกด้านของโต๊ะก็แห้งกรังมานานมากแล้ว
คนของนาเกลือตระกูลเหรินที่มารายงานสถานการณ์ยืนอยู่นอกผ้าม่าน
แสงตะวันนอกหน้าต่างค่อย ๆ มืดลง เจียงเสวี่ยหนิงนั่งข้างโต๊ะ ดวงตาอันสงบนิ่งจับอยู่บนจดหมายขนาดบางสองแผ่นตรงหน้า นางฟังเสียงของคนข้างนอก แต่ถึงกระนั้นจิตใจกลับล่องลอยไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว
“ครึ่งเดือนก่อนยังดี ๆ อยู่เลย เหลือเพียงรอให้เกลือชุดแรกปรากฏเท่านั้น กระทั่งว่าหาผู้ซื้อได้แล้วด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขณะทุกสิ่งดำเนินไปอย่างราบรื่น นาเกลือไหม้วอดวายหมดสิ้น เดิมทีนาเกลือในแดนสู่ส่วนใหญ่ก็เป็นบ่อเพลิงเนื่องจากใช้การชักนำไอความร้อนมาต้มเกลืออยู่แล้ว ครั้งนี้กลับประมาทเลินเล่อจนไอร้อนภายในบ่อเกลือติดไฟ สุดท้ายก็ลุกไหม้พื้นดินทั้งแถบ ตอนข้าน้อยเดินทางออกจากแดนสู่ เครื่องขุดบ่อที่สร้างไว้ในนาเกลือก็ถูกเผาหมดแล้ว…
“เนื่องจากท่านประมุขตระกูลทราบว่าเป็นเรื่องใหญ่จึงส่งคนมาแจ้งที่เมืองหลวงก่อนขอรับ
“ท่านประมุขเป็นผู้เขียนจดหมาย นอกจากนี้ยังกำชับข้าน้อยเป็นพิเศษว่าต้องแจ้งให้คุณหนูทราบว่าฮูหยินได้รับบาดเจ็บที่นิ้วมือเล็กน้อย