สิ่งของพระราชทานจากวังหลวงวางเรียงรายเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ในห้องของนางจริงดังคาด
มีทั้งเงินทอง ผ้าไหมแพรพรรณ รวมทั้งหยกและอัญมณีมีค่าต่าง ๆ
ล้วนมาจากองค์หญิงใหญ่เล่อหยางเสิ่นจื่ออี
เจียงเสวี่ยหนิงเดินกลับเข้าห้อง สาวใช้ถังเอ๋อร์และเหลียนเอ๋อร์ไม่ได้พบคุณหนูของตนเป็นเวลานาน เมื่อเห็นว่ากลับมาแล้วซูบเซียวลงเป็นกองราวกับโครงกระดูกเดินได้ก็สีหน้าไม่สู้ดีพร่ำบ่นด้วยความปวดใจซ้ายถามประโยคหนึ่ง ขวาบ่นประโยคหนึ่ง
เจียงเสวี่ยหนิงไม่ตอบอะไรสักนิด หลังจากให้พวกนางปรนนิบัติอาบน้ำก็สั่งให้ออกไปโดยไม่ถามไถ่สถานการณ์เมืองหลวงช่วงนี้แม้แต่คำเดียวนั่งเหม่อลอยในห้องตามลำพัง
เทียนสว่างไสวเล่มหนึ่งตั้งบนโต๊ะ
เจียงเสวี่ยหนิงดูเปลวเทียนเต้นระริกอยู่นานน้ำตาเทียนหยดหนึ่งไหลรินตามขอบเทียนเนื่องจากไม่อาจรองรับต่อไปไหว นางกะพริบตา
เงียบสงัดไร้สรรพสำเนียงนางลุกขึ้นเดินไปหน้ากล่องเครื่องประดับดวงหน้าปราศจากการแต่งแต้มเติมชาดใต้แสงเทียนส่องสะท้อนอยู่ภายในคันฉ่องดอกกระจับ
บังเกิดเสียงดัง ‘ครืด’ เบา ๆ
นางลากกล่องเครื่องประดับซึ่งปิดสนิทมาช้านาน ก่อนจะดึงชั้นล่างสุด ภายในมีกำไลข้อมือทำจากหยกเหอเถียนสีเขียวชั้นเลิศห่อหุ้มด้วยผ้าเช็ดหน้าสีขาวพิสุทธิ์
“หนิงหนิง อี๋เหนียงขอร้องเจ้าเรื่องหนึ่ง หากเจ้ากลับจวนไปแล้ว เมื่อเห็นคุณหนูใหญ่ ช่วยมอบสิ่งนี้ให้นางแทนข้าทีเถอะ…”
ใบหน้าอันเศร้าสร้อยทุกข์ระทมก่อนหว่านเหนียงสิ้น