ลมหวนปรากฏตรงหน้า
อีกฝั่ายออกแรงกำมือเจียงเสวี่ยหนิง ดวงตาซึ่งเคยผ่านโลกมาคู่นั้นเบิกโพลงราวกับกลัวนางไม่รับปาก ทั้งยังคล้ายจะเปียมความรู้สึกผิดและเจ็บปวดรวดร้าว
แต่มีไว้ให้ผู้ใดเล่า
เจียงเสวี่ยหนิงนึกย้อนความทรงจำ ทว่าท้ายที่สุดก็ไม่อาจแน่ใจ
นางปรารถนาเหลือเกินว่าตรงนั้นจะมีที่ให้นางสักนิดก็ยังดีทว่าจวบจนหว่านเหนียงสิ้นลมหายใจและมีบรรดาสาวใช้ที่เดินทางมาจากเมืองหลวงพยายามแกะมือซึ่งยังคงกำมือนางแน่นไม่ยอมปล่อย นางก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ
“ไม่เหลืออะไรทิ้งไว้ให้ข้าเลยนะ…”
นางหยิบกำไลวงนั้นออกมาจากกล่องเครื่องประดับ นั่งหันหลังให้เปลวเทียนซึ่งกำลังเปล่งแสงส่องสว่างบนโต๊ะพลางทอดสายตามองกำไลอยู่นาน สุดท้ายน้ำตาก็หลั่งพรูเป็นสาย ทว่าริมฝีปากกลับผุดรอยยิ้มเย้ยหยัน
นิ้วมือค่อย ๆ ขยับกุมกำไลวงนั้นแน่น
วูบหนึ่งนางใคร่ปาของสิ่งนี้ทิ้ง
จะได้ถือเสียว่าไม่เคยมี
แต่พริบตาที่เงื้อมือก็รู้สึกว่าตนช่างน่ารังเกียจและต่ำช้าเสียเหลือเกิน ทั้งยังมีความโศกเศร้าอันน่าขันที่แสดงผ่านดวงตา…
“พรืด”
นางเปล่งเสียงหัวเราะออกมาจริง ๆ
สุดท้ายเจียงเสวี่ยหนิงจึงโยนกำไลลงบนโต๊ะจากนั้นค่อย ๆ ล้มตัวนอนบนเตียง แต่ถึงกระนั้นดวงตากลับเบิกโพลง ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่อาจข่มตาหลับ
*****
เมืองหลวงยามเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่คึกคักมากที่สุด
งานเทศกาลโคมไฟจัดต่อเนื่องสามวัน ใครเดินทางมาเยี่ยมญาติก็เยี่ยมไป ส่วนใครเดินเล่