ทางช่วงนี้เลย เนื่องจากกลัวว่าหากหลายวันล่วงผ่าน ครั้นหิมะละลายอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันอีกก็ได้ จึงมาแจ้งให้ท่านทราบจะได้เตรียมเก็บข้าวของ พอถึงตอนเที่ยงจะออกเดินทางกันขอรับ”
ระยะทางระหว่างทงโจวกับเมืองหลวงไม่นับว่าไกลมาก ถ้าเริ่มเดินทางเร็วหน่อย หากขี่ม้าหรือว่าโดยสารรถไปตอนเที่ยงวันก็น่าจะไปถึงช่วงเย็นพอดี
เจียงเสวี่ยหนิงผงกศีรษะรับทราบ
เพียงแต่ครั้นเห็นเสียวเปั่ากำลังจะจากไปก็ร้อง “นี่” เพื่อเรียกให้เขาหยุดอย่างอดไม่ไหวถามเขาว่า “จริงสิ ใต้เท้าจางล่ะ”
เสียวเปั่านึกว่านางต้องการถามว่าจางเจอจะไปด้วยหรือไม่ จึงตอบกลับว่า “ใต้เท้าจางทราบเรื่องตั้งแต่แรกแล้ว เขาย่อมจะไปพร้อมทุกคนเช่นกัน ทว่าพวกทหารที่ติดตามมาอาจต้องรอให้หิมะละลายก่อนถึงจะเดินทางไปกันต่อได้อย่างไรเสียก็ไม่ได้มีม้ามากเท่าไหร่อยู่แล้วน่ะขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงหมดคำจะพูด “ข้าถามว่าตอนนี้ใต้เท้าจางอยู่ที่ใดต่างหาก”
ครานี้เสียวเปั่าถึงรู้สึกตัว เขาครุ่นคิดแสดงท่าทีคล้ายไม่แน่ใจเช่นกัน ลังเลสักพักจึงตอบว่า“เมื่อครู่เห็นอยู่ขอรับ เนื่องจากยังมีคนจำนวนหนึ่งต้องปักหลักอยู่ทงโจว ดูเหมือนติ้งกั๋วกงจะดึงตัวเซียนเซิงกับใต้เท้าไปฝากฝังงานบางอย่างตอนนี้อาจอยู่ที่ศาลาว่าการทางนั้นกระมัง”
“อ้อ…”
แสดงว่าไม่อยู่
ไม่รู้ว่าเช้านี้เขาตื่นมาจะเห็นสิ่งที่ตนทิ้งไว้เมื่อคืนหรือเปล่า
จางเจอคงกำลังยุ่งวุ่นวายจนไม่อาจปลีกตัวเจียงเสวี่ยหนิงเองก็ไม่สะดว