เหลือจางเจอตอนแตกหักกับนิกายสวรรค์ เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้เขาจะหลบหนีไปแล้วนางก็ไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองที่คนชั่วช้าหนีสำเร็จ
เซียวหย่วนเสียอีกที่นิ่งอึ้งเพราะคำพูดของเซี่ยเวย มิได้เอ่ยปากปฏิเสธทันควัน เขาตอบด้วยอาการคล้ายเพิ่งตระหนักได้ “เป็นข้าเองที่เลอะเลือน เกือบลืมเสียสนิท ข้าเองก็เห็นด้วยว่าการเดินทางครั้งนี้ทางที่ดีควรปลอดภัยไว้ก่อนสมควรย้ายเขาไปอยู่ข้างหน้า ติดที่กลัวคนจะติฉินนินทาเท่านั้นเอง…”
กล่าวเช่นนี้ประหนึ่งจะสื่อว่าเขาเที่ยงธรรมปราศจากความลำเอียง ไม่ได้มอบอภิสิทธิ์เพราะอีกฝั่ายคือบุตรของตน
ทุกคนได้ยินก็กระจ่างแจ้ง
เซียวหย่วนประสานมือคารวะเซี่ยเวย “ในเมื่อเซี่ยเซียนเซิงกล่าวอย่างชัดเจนแล้ว เดิมทีจึงเป็นข้าเองที่คิดอ่านไม่รอบคอบ เช่นนั้นก็เลื่อนรถของเขาไปข้างหน้าอีกสักหน่อยเถิด”
เมื่อเป็นดังนี้จึงปรับตำแหน่งรถม้าของทุกคนใหม่
คงเพราะอยู่ร่วมกันมานานทำให้สนิทสนมกว่าชาติที่แล้วมาก ยามเจียงเสวี่ยหนิงมองเซี่ยเวยมักรู้สึกว่ารอยยิ้มสมบูรณ์แบบไร้ที่ติของเขาช่างจอมปลอมและเสแสร้งเสียเหลือเกิน
กระทั่งยังทำให้นางมองว่าซ่อนความเย้ยหยันไว้
นางอดใจลอยครู่หนึ่งไม่ได้
อาจเพราะสายตาที่จับจ้องค่อนข้างเด่นชัดจนเซี่ยเวยรู้ตัว เขาเคลื่อนสายตากลับมาหานางภายในดวงตามีแต่ความเฉยชา
เจียงเสวี่ยหนิงตกใจสะดุ้งโหยง รีบประดับรอยยิ้มบนใบหน้า
เซี่ยเวยไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอันใดตอบ เขามองนางครู่หนึ่ง จากนั้น