ลึงอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งเขาและอู๋เฟิงต่างมองความล้ำลึกที่แฝงในสารลับไม่ออก แล้วเซียวติ้งเฟยจะไปมองเห็นความพิสดารอะไรได้
ทว่าถึงอย่างไรเซียวติ้งเฟยก็มีสถานะต่างจากผู้อื่น
อู๋เฟิงขบคิด แล้วส่งสารลับให้เขา
เซียวติ้งเฟยรับมาเปิดอ่านอย่างละเอียด
ยามนี้ภายในอารามเงียบสงัดจนถึงขั้นหากมีเข็มตกก็ยังได้ยิน สายตาของทุกคนจับจ้องใบหน้าคุณชายเจ้าสำราญ ด้วยหวังว่าจะมองเห็นบางอย่างจากดวงตาของเขา
สารลับแผ่นนั้นมีเนื้อความไม่ถึงครึ่งหน้าขนาดบาง ๆ แต่เซียวติ้งเฟย กลับอ่านอยู่เนิ่นนาน
พวกอู๋เฟิงและเฝิงหมิงอวี่ต่างใจเต้นรัวไม่นานนักก็อดถามไม่ได้ “คุณชาย เป็นเช่นไรบ้างหรือ”
เซียวติ้งเฟยเงยหน้าพร้อมพับกระดาษแผ่นนั้นเบา ๆ เขามองไปทางจางเจอ ฉีกยิ้มมุมปากให้อีกฝั่ายและเอ่ยว่า “ใต้เท้าจาง ระหว่างทางข้าน้อยลืมบอกท่านไป ข้าน้อยไม่เพียงเคยพบตู้จวิน มิหนำซ้ำยังรู้ด้วยว่าเซียนเซิงไม่เคยอาศัยอยู่บนเขา”
ชั่วพริบตาที่เขากล่าวจบ จางเจอก็หางตากระตุก
เฝิงหมิงอวี่พลันหัวเราะลั่น “เยี่ยมมาก เป็นเจ้าจริง ๆ ด้วย!”ส่วนอู๋เฟิงก็ตวาดเสียงดัง “จับตัวไว้!”
มีคนกุมดาบอยู่รอบด้านมาตั้งแต่แรกแล้วครั้นได้รับคำสั่งจึงเงื้อจะฟัน
จางเจอย่นหัวคิ้ว
ดาบเหวี่ยงเข้ามาใกล้ เขาไม่ได้ขยับกาย แต่เงาสีขาวสายหนึ่งกลับพุ่งแฉลบข้างเข้ามาเร็วกว่าผู้ใดถึงสามส่วน! และไม่รู้ว่าเงาสายนั้นช่วงชิงดาบไปตั้งแต่เมื่อไร ฟันฉับใส่ร่างสาวกนิกายสวรรค์ที่อยู่ใกล้จา