ขาจึงควักปั้ายคำสั่งจากเอวจะเอาเรื่อง
ทว่าขณะเหตุการณ์กำลังจะปะทุก็มีเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนักดังมาจากด้านข้าง
เป็นเซียวติ้งเฟยผู้นั่งเล่นพัดอยู่บนที่นั่งฝังขวาของประธานมานาน
เขาหุบพัดจีบปิดลายทองเล่มนั้น ใช้ด้ามดุนปลายคางคมชัดของตนเองเบา ๆ ริมฝีปากคล้ายประดับรอยยิ้ม เขากระแอมแล้วกล่าวด้วยท่าทีเกรงใจยิ่ง “เอ่อ คือว่า หัวหน้าสาขาอู๋ ข้า ข้าขอยืมดูสารลับของตู้จวินเซียนเซิงได้หรือไม่”
ทุกคนตะลึงงัน
ระหว่างทางขากลับมีผู้ใดไม่คิดบ้างล่ะว่าคุณชายผู้เห็นการหลบหนีเสมือนการท่องเที่ยวชมธรรมชาติและเป็นพวกข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรงผู้นี้เป็นเจ้าทึ่มสมองกลวง
ไม่มีใครคาดหวังว่าเขาจะเอ่ยวาจาในสถานการณ์เช่นนี้
แต่ตอนนี้เขากลับพูดสอด คิดจะขอยืมดูสารลับของตู้จวินเซียนเซิงหรือ
จางเจอจดจำสายตาแปลกประหลาดของเซียวติ้งเฟยที่มองสำรวจตนยามแรกพบขณะอยู่นอกศาลเจ้าร้างได้ทันที
เขาชำเลืองมองเมิ่งหยางตรงมุมวิหารโดยปราศจากพิรุธแวบหนึ่ง
เมิ่งหยางยืนนิ่งไม่ไหวติง ปรายตามองจางเจอโดยยังสังเกตสีหน้าท่าทางของทุกคนในสถานที่โดยไม่ตกหล่นแม้แต่คนเดียว
อู๋เฟิงเคยได้ยินชื่อของคุณชายติ้งเฟย เขาลังเลครู่หนึ่งก่อนจะเปิดปาก “ท่านว่าเรื่องนี้…”
เซียวติ้งเฟยหรี่นัยน์ตาดอกท้อซึ่งกอปรด้วยความเจ้าชู้สำรวย “เอาสารลับมาให้ข้าดู ข้าจะบอกเจ้าเองว่าไส้ศึกคือใคร”
อารามพลันเงียบกริบ จากนั้นจึงเกิดเสียงกระซิบกระซาบตามมา
เฝิงหมิงอวี่เองก็ตกตะ