งเรืองมาช้านานแล้ว
จนใจที่สองร้อยปีก่อนพระพุทธศาสนาเผยแผ่เข้ามาจากทางทิศประจิม ขณะนั้นบ้านเมืองอยู่ในช่วงกลียุค ผู้ศรัทธาทั่วแคว้นเพิ่มขึ้นนับไม่ถ้วนอย่างฉับพลัน มิได้ด้อยกว่าลัทธิเต๋าแม้แต่น้อย ผู้ศรัทธาต่อความเชื่อทั้งสองต่างสร้างศาสนสถานของความเชื่อตนเพื่อแย่งชิงผู้ศรัทธาและอาณาเขต ก่อให้เกิดเรื่องกระทบกระทั่งกันเป็นระยะ
จวบจนอดีตฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์พระพุทธศาสนาก็เจริญรุ่งเรืองจนกลายเป็นความเชื่อกระแสหลัก
ขณะนั้นผู้นำฝั่ายพระพุทธศาสนาคือวัดไปั๋หม่า อดีตฮ่องเต้ถึงกับเคยเสด็จไปสักการะและขอพรที่วัดแห่งนี้ เจ้าอาวาสคือสมณะหยวนจีซึ่งปัจจุบันดำรงยศเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินส่วนผู้นำฝั่ายลัทธิเต๋าคืออารามซานชิง กล่าวกันว่าอารามนี้สืบทอดคำสอนและขนบธรรมเนียมแห่งเต๋ามานับพันปี เจ้าอารามเต๋าเป็นผู้เชี่ยวชาญคำสอนแห่งเต๋าและมีนามฉายาว่า‘เจินอี่’ ทุกคนต่างเรียกขานด้วยความเคารพว่า‘นักพรตเจินอี่’
คิดไม่ถึงว่าปีนั้นความขัดแย้งของทั้งสองฝั่ายจะลุกลามบานปลาย
ทั้งสองศาสนาล้วนต้องการช่วงชิงตำแหน่งสมณะหยวนจีและนักพรตเจินอี่จึงนัดถกคำสอนกันตรงเชิงเขาไท่ ต่างฝั่ายต่างวัดกำลังประชันสูงต่ำด้วยการถกวิถีแห่งพุทธและหลักการแห่งเต๋าทำให้มีผู้ศรัทธาและผู้บำเพ็ญตนมารวมตัวกันเพื่อสดับการสาธยายหลักคำสอนของคนทั้งคู่อย่างคับคั่ง
เนื่องจากกาลเวลาผันผ่านมานานมากแล้วรายละเอียดของเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ในปีนั้นจึงเหลือไว้