เพียงคำบอกเล่ากระท่อนกระแท่นอย่างไรก็ตามคนกลับเล่าสืบต่อกันถึงผลลัพธ์สุดท้ายเป็นวงกว้าง—
ลัทธิเต๋าของนักพรตเจินอี่เป็นฝั่ายย่อยยับปราชัย
ชาวบ้านร้านตลาดลือกันว่าหลังจากสมณะหยวนจีถกคำสอนกับนักพรตเจินอี่หลายวัน เขาก็เปิดโปงว่ามีอารามเต๋าหลายแห่งลักพาตัวหญิงสาวชาวบ้าน แอบดำเนินกิจการสกปรกโสมมเช่นซ่องโสเภณี สมณะหยวนจียังระบุอีกว่านักพรตเจินอี่คือ ‘นักพรตปีศาจ’ เพราะแท้จริงแล้วเป็นปีศาจร้ายที่ลงมาก่อหายนะบนโลกมนุษย์จากนั้นสมณะหยวนจีจึงทำพิธีกรรมให้นักพรตเจินอี่เผยร่างที่แท้จริง
ฝูงชนตกอยู่ในความโกลาหล
อารามซานชิงถูกคนทุบทำลายเสียสิ้นนักพรตเจินอี่หนีหัวซุกหัวซุน หายสาบสูญและปราศจากร่องรอยนับแต่นั้น ส่วนกิตติศัพท์ของสมณะหยวนจีก็เพิ่มพูนเป็นอันมากจากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้มาสักการะวัดไปั๋หม่าคับคั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
น้อยคนนักจะรู้ว่านักพรตเจินอี่ไม่ได้หายสาบสูญไปจริง ๆ
เขาเปลี่ยนสถานะใหม่ ตั้งนามทางโลกว่า‘ว่านซิวจื่อ’ ซึ่งมีความหมายว่า ‘สรรพสิ่งล้วนจบสิ้น’ แล้วฉวยจังหวะช่วงที่ราษฎรดำเนินชีวิตด้วยความทุกข์เข็ญ เผยแผ่คำสอนของ ‘กลุ่มเสมอภาค’ ด้อยคุณค่าพุทธละทิ้งคำสอนเต๋า ก่อตั้ง‘นิกายสวรรค์’ และหวนกลับมาใหม่
นิกายนี้ถือหลัก ‘ใต้หล้าล้วนเท่าเทียม’ สอนให้ผู้ศรัทธาทั่วทั้งแผ่นดินช่วยเหลือเกื้อกูลกันเนื่องด้วยทุกคนต่างเป็นพี่น้อง ด้วยเหตุนี้นิกายสวรรค์จึงได้รับการแซ่ซ้องเป็นวงกว้าง
ราษฎรผู้ยากจนข้นแค