้าพบอยู่นอกประตู แจ้งว่ามีเรื่องจะรายงานขอเซียนเซิงโปรดเจียดเวลาสักครู่ อีกฝั่ายบอกว่าตนชื่อโจวอิ๋นจือ เป็นผู้คุมกองพันแห่งองครักษ์เสื้อแพรขอรับ”
โจวอิ๋นจือ?
เจี้ยนซูเคยได้ยินชื่อคนผู้นี้ เพียงแต่ไม่ได้มีความทรงจำดี ๆ อะไรมากนัก
ครั้นได้ยินจึงย่นหัวคิ้ว “ได้แจ้งหรือเปล่าว่ามีเรื่องอะไร”
บ่าวรับใช้ตอบ “เปล่าขอรับ”
เจี้ยนซูเดาว่าเซี่ยเวยคงไม่ต้องการพบ แต่เนื่องด้วยพวกเขาไม่เคยติดต่อคนผู้นี้มาก่อน ทำให้ไม่กล้าตอบปฏิเสธโดยตรงเช่นที่เคยปฏิเสธผู้อื่น จึงกลับเข้าไปถามเซี่ยเวย
เซี่ยเวยตอบอย่างที่เจี้ยนซูคิด “ไม่พบ”
เหตุผลที่ขุนนางราชสำนักมาขอพบเขามีเพียงไม่กี่อย่าง นานวันเข้าก็ชวนเหนื่อยหน่าย หากไม่ใช่มีงานต้องร่วมวางแผน เขาก็ชอบทำอะไรตามลำพังเสมอมา ไม่ชอบยุ่งวุ่นวายเรื่องของใคร
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงว่าเป็นวันนี้
เจี้ยนซูได้ฟังก็จะออกไปแจ้งให้โจวอิ๋นจือผู้นั้นจากไป
เพียงแต่เท้าเพิ่งก้าวถึงประตู มีดแกะสลักในมือเซี่ยเวยก็ชะงัก
พลันเอ่ยวาจาว่า “ไปบอกให้เข้ามา”
เจี้ยนซูไม่เข้าใจว่าเขาเปลี่ยนใจเพราะสาเหตุใด นิ่งอึ้งครู่หนึ่งถึงรู้สึกตัว น้อมรับคำสั่งและพาตัวโจวอิ๋นจือมาข้างใน
ผ่านมาค่อนคืนโจวอิ๋นจือก็ยังคงสวมชุดตัวเดิม มุมปกเสื้อของชุดเฟยอวี๋เปือนไอเหงื่อและไอหมอกร่างนั้นเพิ่งจะเดินเข้ามา เซี่ยเวยก็ดูออกแล้วว่าเมื่อคืนอีกฝั่ายคงไม่ได้นอน
มิเช่นนั้นผู้คุมกองพันแห่งองครักษ์เสื้อแพรที่ไม่ต้องเข้าร่ว