เฝิงหมิงอวี่กับหวงเฉียนทางด้านหลังคิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แต่ถึงอย่างไรสถานะของเซียวติ้งเฟยก็แตกต่างจากพวกตน คนผู้นี้มาจากสาขาใหญ่เมืองจินหลิงอย่างแท้จริง เป็นผู้ที่ทุกคนต้องเรียกขานกันว่า ‘คุณชายติ้งเฟย’ ทำให้ไม่เพียงมิอาจไม่เคารพ แต่ยังมิอาจตำหนิสั่งสอนด้วย จึงได้แต่แสร้งกระแอมเตือนจากด้านหลัง ลอบบอกเซียวติ้งเฟยเป็นนัยว่าอย่าทำตัวเหลวไหลเกินไปนัก
เซียวติ้งเฟยไหนเลยจะแยแสพวกเขา
ต่อให้อยู่ต่อหน้าเจ้านิกายกับกงอี๋เฉิง เขายังไม่สงวนท่าที จึงโบกมือราวกับกำลังปัดแมลงวันโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง “รู้แล้วน่ารู้แล้วแค่ถามเอง ไม่เห็นเป็นไรเลย”
ทุกคน ณ ที่นั้นมองหน้ากันไปมาและทำตาโตอ้าปากค้าง
จางเจอย่นหัวคิ้ว
เจียงเสวี่ยหนิงเมื่อได้พบ ‘สหายเก่า’ ผู้นี้ก็อดแสยะมุมปากไม่ได้ คิดจะแสดงกิริยาที่เคยใช้ปฏิบัติด้วยในชาติก่อนตามความเคยชิน ทว่าพอเห็นจางเจอซึ่งยืนอยู่ข้างกายตนทางหางตา ไม่รู้เพราะเหตุใดพลันไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม เพียงมองเซียวติ้งเฟยโดยไม่ตอบกลับสักประโยค
ครั้นเซียวติ้งเฟยเห็นท่าทีแบบนี้ย่อมบังเกิดความรู้สึกอันแตกต่าง
เขาจึงค่อยเคลื่อนสายตากลับไปที่ร่างจางเจอ
หัวคิ้วขมวดเป็นปมของจางเจอยังคงไม่คลายบังเกิดความรู้สึกไม่ชอบใจเซียวติ้งเฟยผู้นี้ไปแล้วอีกทั้งเขายังรู้ด้วยว่าชาติก่อนคนผู้นี้คบค้าสมาคมกับเจียงเสวี่ยหนิงอย่างลึกซึ้ง อคติจึงเพิ่มอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ แววตาเย็นชาหน่