ด้วยเหตุนี้กลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจของนิกายสวรรค์จึงเชิญตัวจางเจอไปยังบริเวณที่ไม่ค่อยมีคนทางด้านนอกเพื่อพูดคุย ท่าทางเหมือนต้องการหารืออะไรบางอย่าง
จางเจอย่อมไม่เกรงกลัว
เขาแอบพกหลักฐานแสดงตนและสารลับของนิกายสวรรค์ซึ่งค้นมาได้จากตัวกงอี๋เฉิงจำนวนหนึ่งไว้อยู่ก่อนแล้ว ย่อมฉวยโอกาสสร้างความไว้วางใจต่อคนเหล่านี้ได้พอดี เขาจึงหันไปบอกกล่าวเจียงเสวี่ยหนิงประโยคหนึ่ง “อย่าเดินเถลไถลไปไหน รอข้ากลับมา”
เมื่อเห็นเจียงเสวี่ยหนิงผงกศีรษะตกลงถึงค่อยตามกลุ่มคนออกไป
เจียงเสวี่ยหนิงเชื่อฟัง ไม่เถลไถลไปไหนเลย
เพียงแต่ขณะนี้สถานการณ์ไม่ได้เป็นเช่นเมื่อคืนซึ่งสับสนวุ่นวายจนไม่มีผู้ใดใส่ใจนาง ทว่าเป็นตอนกลางวันแสงแดดสว่างไสว ต่อให้ทาเขม่าดำบนใบหน้าก็มองออกอยู่ดีว่าองคาพยพงดงามยิ่งนัก ถือเป็นโฉมสะคราญโดยกำเนิด มิหนำซ้ำเซียวติ้งเฟยถึงขั้นเอ่ยเปิดโปงสถานะสตรีของนางแล้วด้วย ดังนั้นเมื่อจางเจอเดินจากไป สายตาของทุกคนจึงจับจ้องใบหน้านาง
เสียวเปั่าผู้มีผมเปียชี้ฟั้ามองจากตรงมุมอยู่นาน
ผ่านไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าเขาไปหาอ่างน้ำมาจากไหน ถึงกับตักน้ำมาจากลำธาร ยิ้มระรื่นกล่าวกับนางว่า “ที่แท้ก็เป็นน้องสาวของใต้เท้าจางนี่เองเมื่อคืนดูแลขาดตกบกพร่องเสียแล้ว พี่สาวจะล้างหน้าหรือไม่ขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงอดนิ่งงันไม่ได้
นางมองนิ้วมือเสียวเปั่าโดยสัญชาตญาณ คงเพราะผ่านการล้างหน้าบ้วนปากตั้งแต่เช้าตรู่ ทำให้คราบน้ำหมึกที่เ