ปือนมือเมื่อวานหายไปสิ้น
สายตาที่อีกฝั่ายมองมาเปล่งประกายระยิบระยับ
แต่นางกลับใจหายวาบเล็กน้อย
จางเจอมอบสถานะให้นางโดยบอกว่าเป็นน้องสาวของเขาไปแล้ว ส่วนเสียวเปั่าผู้ยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางทว่าเปลือกนอกเป็นสาวกนิกายสวรรค์ก็ยกน้ำมาให้ด้วยตนเองอีกครา จึงอดคาดเดาเจตนาไม่ได้จริง ๆ
ครั้นเบนสายตามอง คนอื่นกำลังล้างหน้าบ้วนปากริมลำธารเช่นกัน
ต่อจากนี้ยังต้องเดินทางอีกสักระยะ หากมีน้ำยกมาถึงตรงหน้าแต่ไม่ยอมล้างและปล่อยให้หน้าตาเปือนเขม่าดำต่อไป เกรงจะกลายเป็นว่านางมีความละอายใจกลัวคนรับรู้ ทำตัวคล้ายสำนวน ‘ที่ตรงนี้ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง[2]’ อยู่บ้าง อีกทั้งอาจทำให้ผู้อื่นนึกสงสัยจางเจอก็เป็นได้ เมื่อนำข้อเสียทั้งสองประการมาเปรียบเทียบก็จำต้องเลือกข้อที่เสียเปรียบน้อยกว่า เจียงเสวี่ยหนิงขบคิดพักหนึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มเรียบ ๆ กล่าวขอบใจเขาด้วยความอ่อนโยนเป็นมิตร โน้มกายล้างใบหน้า
เสียวเปั่าไม่ยอมผละจาก มองนางด้วยความสงสัยใคร่รู้ประหนึ่งเด็กน้อยได้พบหญิงงามกลางถนน
น้ำในลำธารอันเย็นเฉียบยามรุ่งอรุณชำระล้างคราบสกปรกออกจนเกลี้ยงเกลา
ดวงหน้าขาวผุดผาดของสาวน้อยปรากฏให้เห็น แม้ไม่ได้ผัดแปั้งเติมชาด แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางปั่าเขาลำเนาไพรอันรกร้างแห่งนี้ก็ยังน่าดูชมเกินไปอยู่บ้าง
สาวกนิกายสวรรค์คนอื่น ๆ กับนักโทษแหกคุกส่วนใหญ่เป็นชายฉกรรจ์ ยามปกติเกรงว่าผู้สะสวยมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาอาจเป็นแค่หญิงสาวข้า