ิหารหลายเท่าตัว กล่าวได้ว่าเป็นรองแค่เจ้านิกายเท่านั้น ผู้ใดพบเห็นก็ต้องเรียก ‘กงอี๋เซียนเซิง’ด้วยความนอบน้อมกันทั้งสิ้น
ภายในพรรคมีสักกี่คนที่เปียมคุณสมบัติพอจะเรียกชื่อเขาโดยตรง
ย่อมมีเพียงหยิบมือน่ะสิ ดังนั้นพวกเขาจึงอดคิดอะไรบางอย่างไม่ได้
ด้านจางเจอเมื่อถึงใต้ประตูเมืองก็ถูกตวาดใส่แต่กลุ่มคนที่ปักหลักในเงามืดทางด้านหลังล้วนมองเห็นกันชัดเจน ทหารเฝั้าประตูเมืองซึ่งอยู่ใกล้ ๆ พอเห็นจางเจอเท่านั้นละพลันเงียบเสียงต่างแสดงความเคารพนบนอบและหวาดกลัวโบกมือให้คนเปิดประตูเมืองอย่างเงียบเชียบจางเจอพาคนเดินกลับมาและพูดว่า “ออกจากเมืองได้แล้ว”
ทุกคนรู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง ต่างมองหน้ากันทันที ไม่มีผู้ใดกล้าเดินไปข้างหน้าก่อน
จางเจอมองพวกเขาโดยไม่เอ่ยอะไรอีกสาวเท้าออกนอกประตูเมืองแบบไม่สนใจใคร
เจียงเสวี่ยหนิงครุ่นคิดพลางเคลื่อนขยับสายตา ตามไปโดยไม่ปริปาก
เนื่องจากตอนช่วยพวกนั้นออกจากคุกหลวงมีคนเห็นนางไม่กี่คน ทั้งยังสวมชุดบุรุษ เมื่อมองจากแผ่นหลังแล้วแม้จะซูบผอมไปบ้างแต่ก็ไม่อาจจำแนกเพศ ฉะนั้นการที่นางเดินไปเช่นนี้จึงดูเหมือนกล้าตามเขาไปเป็นคนแรก
ประตูเมืองอยู่ตรงหน้า อิสระอยู่ตรงหน้า
ผู้ใดจะไม่หวั่นไหว
เมื่อมีคนแรกไม่นานนักก็มีคนที่สองและสามเพียงชั่วอึดใจก็พากันกรูตามออกไป
ทหารเฝั้าประตูเมืองแต่ละคนก้มหน้าก้มตาไม่มองพวกเขา ไร้ซึ่งท่าทีจะขัดขวาง
ผู้ที่อยู่ด้านหลังเห็นแล้วตามไปด้วยความรู้สึก