เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ช่างเป็นประสบการณ์ชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อนทุกคนอัศจรรย์ใจอยู่บ้างขณะเดินอกผายไหล่ผึ่งผ่านประตูเมืองอย่างปลอดภัย คนอย่างพวกเขาซึ่งปกติต้องหลบหนีเจ้าหน้าที่ทางการหัวซุกหัวซุน กลับมีวันที่ทหารเฝั้าประตูเมืองส่งตัวด้วยความพินอบพิเทากับเขาด้วย สาแก่ใจและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกเสียเหลือเกิน
มีบางคนออกจากประตูเมืองมาแล้วหัวเราะร่าเสียงดังอย่างอดไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ร้ายกาจ ร้ายกาจ ยังคงเป็นใต้เท้าจางที่ร้ายกาจ! ชาตินี้ข้าไม่เคยมีช่วงเวลาที่สะใจเช่นนี้มาก่อนเลย!”
“ฮ่า ๆ ๆ นั่นสิ ท่านเจ้านิกายช่างเหมือนเทพเซียนแท้ ๆ ถึงกับซ่อนบุคคลร้ายกาจแบบนี้ไว้ในเมืองหลวง น่าเสียดายเรียกออกมาใช้งานช้าเกินไป มิเช่นนั้นก่อนหน้านี้พวกเรายังต้องทนกล้ำกลืนกันขนาดนั้นอีกหรือ”
“ออกมาได้แล้วจริง ๆ ด้วย…”
…
ชายฉกรรจ์หัวหน้าขบวนของนิกายสวรรค์ขมวดคิ้วมุ่น เขามองสำรวจจางเจออย่างพิเคราะห์อีกครา พยายามเสาะหาเงื่อนงำซึ่งเกี่ยวพันถึงบุคคลผู้ลึกลับเสียยิ่งกว่ากงอี๋เซียนเซิงในความทรงจำตน แต่ก็นึกอะไรไม่ออก
เขาเดินเข้ามาหาจางเจอ กล่าวชมเชยหลายประโยค
แต่กระนั้นก็ยังคงถามหยั่งเชิง “ข้าช่างมีตาหามีแววไม่ จึงมิทราบความร้ายกาจของใต้เท้าจาง ใต้เท้าคงไม่ได้ใช้นามนี้ในนิกายสวรรค์กระมัง ไม่ทราบว่าท่านมีนามอื่นหรือไม่ขอรับ”
สายตาจางเจอพลันเย็นชากว่าเดิมเล็กน้อยจับจ้องใบหน้าชายผู้นั้นโดยตรง
เขาไม่เอื้อนเอ่ยวาจาอยู่นาน
เ