จียงเสวี่ยหนิงกลั้นลมหายใจหน่อย ๆ
จางเจอเบนสายตาออกอีกครั้ง กล่าวอย่างเรียบเฉย “ไม่มีนามอื่น เพียงแต่สมัยก่อนไม่เห็นเคยได้ยินเลยว่านอกจากความองอาจกล้าหาญแล้ว เจ้าวิหารหวงยังเป็นผู้มีความคิดรอบคอบและช่างระแวงสงสัยด้วย”
เมื่อคำว่า ‘เจ้าวิหารหวง’ หลุดออกมา รูม่านตาของหวงเฉียนก็หดรั้งทันทีด้วยเขาปิดบังใบหน้าไว้ผู้อื่นจึงมองไม่เห็นทว่าสีหน้าเขาแปรเปลี่ยนขนานใหญ่ใต้ผ้าคลุมมาแต่แรกแล้ว!
แผนการปล้นคุกหลวงของนิกายสวรรค์คราวนี้ถือเป็นความลับสุดยอดที่เจ้านิกายสั่งการเองส่วนเขาก็ลอบรีบรุดจากทงโจวมายังเมืองหลวงเพื่อรับหน้าที่ผู้นำ คนที่ปฏิบัติการในค่ำคืนนี้ล้วนรวบรวมจากในเมืองหลวง ว่ากันตามเหตุผลแล้วไม่ควรมีผู้ใดล่วงรู้สถานะของเขาทั้งสิ้น!
ทว่าใต้เท้าจางตรงหน้า…
การคาดเดาบางอย่างหยั่งรากในใจของเขาเงียบ ๆ มาตั้งนานแล้ว ยามนี้เหงื่อเย็นจึงยิ่งซึมหน้าผากหวงเฉียน
หากเป็นท่านผู้นั้น…
เขาไม่กล้าชี้นิ้วสั่งการเช่นก่อนหน้า กระทั่งว่าไม่กล้าถามเพิ่มสักประโยค รีบค้อมกายเอ่ยว่า“ข้าน้อยพูดมากไปแล้วขอรับ”
จางเจอไม่ได้กล่าวอะไรอีก
ท่ามกลางความเงียบสงบ เจียงเสวี่ยหนิงเคลื่อนสายตาละจากใบหน้าหวงเฉียนกลับไปที่ใบหน้าจางเจอ นางพอจะจับเค้าเงื่อนอะไรบางอย่างได้แล้ว ดวงตาฉายประกายแปลกประหลาดหลายส่วนอย่างอดไม่อยู่ เขากำลังปลอมตัวเป็นตู้จวินซานเหรินผู้นั้นของนิกายสวรรค์อยู่หรือ
เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลย
อย่างไรเสียชาติก