่อนตู้จวินซานเหรินก็ทำตัวเหมือนเทพมังกรที่เห็นหัวแต่ไม่เห็นหาง[1]กระทั่งนิกายสวรรค์ถูกเซี่ยเวยกำจัดสิ้นซากก็ไม่เคยเปิดเผยร่องรอยชัด ไม่แน่ว่าอาจไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงเลยก็ได้ จึงไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าปลอมตัวเป็นคนผู้นี้แล้ว
นางยืนอยู่ด้านหลังจางเจอไม่ได้สวมชุดเดิมและปราศจากเสื้อกันลม ชุดที่กำลังสวมใส่แสนเบาบาง ยามสายลมจากภายนอกพัดผ่านจึงร่างสั่นระริกด้วยความหนาวเหน็บเล็กน้อย มือทั้งสองข้างยิ่งเย็นเฉียบ อดเงยศีรษะมองจางเจอครู่หนึ่งไม่ได้
ทว่าจางเจอเอาแต่ยืนเหมือนปราศจากความคิดจะหันกลับมาจับมือนางอีกครา
เจียงเสวี่ยหนิงเร้นกายท่ามกลางฝูงชน ขบริมฝีปากเบา ๆ รู้สึกว่าชีวิตนี้ตนไม่เคยมีช่วงเวลาขวัญอ่อนถึงเพียงนี้มาก่อนเลย ใจกลับมาเต้นระส่ำ
นางยื่นแขนไปกุมมือจางเจอเงียบ ๆจางเจอร่างสะท้านในบัดดล
เมื่อเขาผินหน้ากลับมาก็สบนัยน์ตาแวววาวเปล่งประกายซึ่งดูออกชัดว่ากำลังฝืนสงบเยือกเย็น นางเลี่ยงหลบด้วยความกระดากอยู่บ้างยามประสานสายตากับเขา ทว่าชั่วขณะต่อมาก็กลับมามองด้วยความอาจหาญประหนึ่งว่านี่เป็นเรื่องสมเหตุสมผลแล้ว
แต่ถึงกระนั้นใบหูขาวดุจหยกกลับแดงซ่านราวกับแต่งแต้มชาด
จางเจอรู้ว่าตนควรปล่อยมือ
ทว่าช่วงเวลานี้ฝั่ามือซึ่งกำลังแนบชิดอุ้งมือเขากลับเย็นเฉียบเหลือเกิน เขาสังเกตเห็นชุดเนื้อบางรวมทั้งอาการสั่นระริกเล็กน้อยของนางที่ส่งผ่านนิ้วมือ ทันใดนั้นก็เกิดเสียงล่อลวงดังโพล่งในใจ นี่ไม่ได้แฝงเร้นความ