บุรุษชุดสกปรกโสโครกผมเผ้ากระเซิงคล้ายรับรู้อะไรบางอย่างชั่วพริบตานั้นพลันเงยศีรษะมองมาทางเจียงเสวี่ยหนิง
ประกายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวฉายวาบผ่านเส้นผมอันยุ่งเหยิง
เจียงเสวี่ยหนิงแผ่นหลังสะท้านเยือก รู้สึกว่าแววตานี้เปียมความเย็นชาอำมหิตที่ไม่อาจสาธยาย จะมีสายตาเช่นนี้ได้ต้องเป็นคนชั่วช้าสามานย์คมดาบเคยดื่มโลหิตมาแล้วเท่านั้น
ทว่านางก็ไม่มีเวลาให้ขบคิดอะไรถ้วนถี่
ตอนนี้คนกลุ่มนั้นเดินเลี้ยวตรงหัวมุมไปจนถึงประตูคุกหลวงและกรูออกข้างนอกกันแล้ว
ทหารซึ่งทำหน้าที่คุมตัวคนจากจวนหย่งอี้โหวเพิ่งถอนกำลัง ส่วนทหารยามเฝั้าคุกหลวงก็อยู่ในช่วงคลายความตื่นตัว บัดนี้เมื่อถูกคนของนิกายสวรรค์บุกโจมตีจึงต้านทานไม่ไหว ไหนเลยจะหลงเหลือกำลังตอบโต้ ต่างสู้ไปถอยร่นไปเพื่อรักษาชีวิตน้อย ๆ ของตนเอาไว้ ในที่สุดก็ถูกทลายการปิดล้อมอย่างง่ายดาย!รถม้าของเซี่ยเวยยังคงจอดอยู่ที่เดิมบนถนนสายยาวอันเงียบสงัด
เตาฉินซึ่งออกไปสืบข่าวก่อนหน้านี้กลับมาแล้ว
เมื่อมาถึงหน้ารถม้าก็ค้อมกายแจ้ง“เหตุการณ์คืบหน้าราบรื่น คนพวกนั้นบุกทลายคุกหลวงเรียบร้อย ส่วนประตูเมืองทางนั้นก็เตรียมการพร้อมสรรพแล้ว เหลือเพียงรอให้ใต้เท้าจางพาตัวคนผ่านไป นอกจากนั้นเสียวเปั่าก็อยู่ในกลุ่มด้วย การเดินทางครั้งนี้จึงไม่น่าจะขาดการติดต่อขอรับ เพียงแต่เจ้าคนที่ชื่อเมิ่งหยางนั่น…”
เซี่ยเวยกลัวความหนาวเย็น หากไม่จำเป็นเขาไม่มีทางยอมออกมาข้างนอกในวันหิมะตกเด็