ดขาด
ครั้นเห็นหิมะก็นึกถึงบรรดาเรื่องราวอันแสนเลวร้าย
ยามนี้เขานั่งอยู่ในรถม้าโดยไม่แม้แต่จะเลิกผ้าม่าน ความหนาวเหน็บทำให้ใบหน้าขาวซีดดุจหยก เซี่ยเวยตัดบทเตาฉินด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“บุคคลอันตรายย่อมมีโอกาสให้ใช้งานช่วงอันตราย ก็แค่พวกปลาซิวปลาสร้อย ทำเสียการใหญ่ไม่ได้หรอก”
เตาฉินจึงไม่กล้าพูดอะไรต่อเสียงความเคลื่อนไหวบางอย่างแว่วมาจากถนนซึ่งห่างออกไปหลายสาย
ไม่นานนักก็แผ่วเบาลง
คาดว่าเมื่อคนของนิกายสวรรค์และนักโทษซึ่งถูกจองจำในคุกหลวงออกมาได้แล้วก็มุ่งหน้าไปยังถนนละแวกใกล้เคียง
บางคนหลบหนีสำเร็จแต่ไม่ได้ตามฝูงชนไปเพียงซ่อนตัวท่ามกลางความมืดเงียบ ๆ หนีเอาชีวิตรอดลำพัง
ทว่านักโทษส่วนใหญ่ที่หนีตาม ๆ กันมาล้วนติดตามคนของนิกายสวรรค์หนีไปทางประตูเมืองทิศประจิมยามราตรีตามสัญชาตญาณ
มีเสียงคนถามขึ้น “ตกลงกันว่าจะไปประตูเมืองทิศบูรพาไม่ใช่หรือ”
จางเจอตอบกลับนิ่ง ๆ “ประตูเมืองทิศบูรพาวางกับดักไว้ หากไปเกรงว่าชีวิตต้องจบสิ้น แต่ถ้าพวกเจ้าอยากจะไปก็เชิญ”
ทุกคนสงบลงทันที
ในเวลาเดียวกัน สถานการณ์บริเวณประตูคุกหลวงกลับต่างออกไปโจวอิ๋นจือไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
หลังจากพาเจียงเสวี่ยหนิงไปซ่อนตัวในห้องขังที่อยู่ห่างไกลสุด เขาก็แสร้งออกไปตรวจสอบราชองครักษ์ซึ่งมาคุมตัวจวนหย่งอี้โหวไปเนรเทศประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น ครั้นเสร็จเรื่องก็เตรียมกลับมาพาเจียงเสวี่ยหนิง ออกไป คิดไม่ถึงว่ากลับมีสหายจากกรมอาญาและ