องครักษ์เสื้อแพรลากตัวเขาไปกินดื่มและเล่นการพนันกันตรงห้องส่วนหลังที่ว่าการ ตามสถานการณ์ปกติโจวอิ๋นจือไม่มีทางปฏิเสธ ดังนั้นหากวันนี้เขาบอกปัดก็เกรงจะเผยพิรุธ จึงทำได้เพียงตามคนเหล่านั้นไปเล่นพนัน วางแผนว่าเมื่อผ่านไปสักสองตาและหลอกถามอะไรบางอย่างมาได้แล้วจะกลับคุกหลวงโดยอ้างว่าไปเปลี่ยนชุด
ผลกลายเป็นว่าเพิ่งเล่นพนันได้สองตา ข้างนอกก็เกิดเสียงโห่ร้องฆ่าฟันดังสนั่นหวั่นไหว
เขาร่างสะท้าน มือแตะดาบคิดจะประจัญบาน แต่ขุนนางผู้รับผิดชอบการเฝั้าคุกหลวงเห็นเหตุการณ์แล้วกลับดึงให้เขานั่งลงไปใหม่พร้อมกล่าวกลั้วหัวเราะ “องครักษ์เสื้อแพรของพวกเจ้าน่ะยังไม่รู้ วันนี้จะเกิดเรื่องใหญ่ที่คุกหลวง ฝั่าบาททรงมีพระราชโองการลงมาแล้ว ไม่ต้องออกไปหรอก อย่าทำเสียเรื่องเลย”
เมื่อมองคนจากหน่วยงานสามตุลาการ พบว่าต่างมีสีหน้าและอากัปกิริยาสงบเยือกเย็น
แสดงอาการประหนึ่งไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวภายนอก
โจวอิ๋นจือร้อนใจ แต่ก็ไม่กล้าออกไปตามหาเจียงเสวี่ยหนิง เขาถือโอกาสสอบถามด้วยความอดทนถึงได้รู้ว่าวันนี้มีแผนการลับสุดยอด อีกทั้งน้อยคนนักจะทราบเรื่อง พวกผู้คุมที่ยังอยู่ในคุกหลวงขณะนี้ปราศจากผู้ใดล่วงรู้ มีไว้เพียงสละทิ้งให้คนพวกนั้นปล้นคุกได้ราบรื่นโดยเฉพาะ
เช่นนั้นเจียงเสวี่ยหนิง…
โจวอิ๋นจือไม่กล้าคิดว่าข้างในจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ทำได้เพียงฝากความหวังเอาไว้กับส่วนลึกของคุกหลวงที่ตนพาเจียงเสวี่ยหนิงไปซ่อนตัวนอกจา