้นี้เข้าไปขังที่จวนของตน ก่อนจะไปเยี่ยมคารวะเจียงเสวี่ยหนิงที่จวนยามราตรี “จับได้คนหนึ่งเป็นสายที่นิกายสวรรค์ส่งมาแทรกซึมในศาลาว่าการ ได้รับคำสั่งมาจาก ‘กงอี๋เซียนเซิง’ ว่าต้องหาโอกาสนำจดหมายฉบับหนึ่งส่งมอบให้กรมอาญาบอกว่าจะทำให้จวนโหวย่อยยับได้ แต่หลายวันมานี้ ‘กงอี๋เซียนเซิง’ ผู้นั้นพลันไร้ข่าวคราวติดต่อไปหลายครั้งก็ปราศจากการตอบกลับ ทำให้มันตื่นตระหนก กลัวว่ากงอี๋เซียนเซิงจะเกิดเรื่อง แต่มันเองก็ไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้ ครั้นมีจดหมายฉบับนี้เลยบังเกิดความละโมบ คิดจะใช้สิ่งนี้หลอกเอาเงินจากจวนโหวสักก้อนหนึ่ง หลังจบเรื่องแล้วก็จะจากไป คิดไม่ถึงว่าจะเปิดเผยร่องรอยเพราะความกระสับกระส่ายจนถูกข้าจับตัวได้คาหนังคาเขาขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงขนลุกชันไปทั้งร่าง!
คดีของจวนหย่งอี้โหวปรากฏเงามืดของนิกายสวรรค์ แม้แต่ ‘กงอี๋เซียนเซิง’ ผู้โด่งดังยังเข้ามาเกี่ยวข้อง!เพียงแต่…
คนสำคัญเช่นนี้กลับไร้ข่าวคราวไปกลางคันมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
รูม่านตานางหดแคบเล็กน้อย รู้สึกว่าไม่มีเวลาคิดอะไรให้มากความขนาดนั้นแล้ว นางจึงสูดลมหายใจลึกคราหนึ่งแล้วเอ่ยถามทันที “ได้จดหมายมาหรือไม่?”
หากได้จดหมายฉบับนี้มาจะต้องเป็นโอกาสพลิกชะตาครั้งใหญ่แน่!
——————–1. ชนเผ่าไปั่เย่ว์ ในอดีตอาศัยอยู่แถวทิศตะวันออกของประเทศจีน ปัจจุบันคือบริเวณเจียงหนานลงใต้ไปจนถึงเวียดนามนิยมไว้ผมสั้น มีรอยสัก เชี่ยวชาญดาบและการสู้รบทางเรือ