กงอี๋เฉิงอายุห้าสิบกว่าปี ใบหน้าซูบตอบดวงตาหลักแหลมและเจ้าเล่ห์เพทุบายคล้ายจะอ่านใจคนออก และยังไว้เคราแพะที่คาง ร่างกายของเขาผ่ายผอมประดุจกิ่งไม้แห้ง รูปร่างหน้าตาล้วนดูปกติไม่มีอะไรพิเศษ เขาสวมชุดสีเทาซึ่งดูเก่าซอมซ่ออยู่บ้าง ทำให้ยากจะเชื่อว่าบุคคลเช่นนี้เป็นถึงหนึ่งในสองเซียนเซิงของนิกายสวรรค์อันลือลั่น เป็นนักกลยุทธ์ผู้มีสถานะสูงส่งข้างกายเจ้านิกาย
เขาเข้าร่วมนิกายสวรรค์มาเกือบสามสิบปีแล้ว
ผ่านร้อนผ่านหนาวเคียงข้างเจ้านิกายมานับไม่ถ้วน พูดได้ว่าผ่านคลื่นลมมรสุมมาจนชาชิน ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกอันใดทั้งสิ้น
เพียงแต่เมื่อคนของเซี่ยเวยมาหาถึงที่เพื่อเชิญเขาไปร่วมสนทนา ชายชราเจ้าเล่ห์ผู้มีแผนการอันล้ำลึกผู้นี้ยังคงจับเค้าลางความผิดปกติอะไรบางอย่างได้อยู่ดี
อย่างไรเสียแม้เจ้านิกายจะชุบเลี้ยงเซี่ยเวยมานานยี่สิบปีจนถึงขั้นรับเป็นบุตรบุญธรรม เห็นเป็นดั่งบุตรในไส้และไว้ใจยิ่งนัก ทว่าสุดท้ายแล้วชาติกำเนิดของคนผู้นี้ก็พิเศษ ความไว้ใจนั้นจะไปถึงระดับใด เกรงว่าคงยากจะตัดสินได้
กงอี๋เฉิงไม่กลัวเซี่ยเวย เขาแค่ไม่ชอบความยุ่งยากอยู่บ้างก็เท่านั้น แต่ในเมื่ออีกฝั่ายส่งคนมาเชิญถึงที่แล้วจะไม่ไปได้อย่างไรเล่า
นอกจากนี้หลังจากพำนักภายในเมืองหลวงมาได้ระยะหนึ่ง กงอี๋เฉิงก็ค้นพบเรื่องไม่น่าพึงประสงค์นักบางอย่าง กำลังคิดหาโอกาสอันเหมาะสมเพื่อตักเตือนเซี่ยเวยให้จำเอาไว้ว่าสิ่งใดคือหน้าที่ของตนอยู่พอดี
ด้ว