ยเหตุนี้เขาจึงมา
“เชิญเข้ามาได้”
น้ำเสียงเรียบเฉยของเซี่ยเวยดังออกมาจากห้องทำพิณ
ท่าทีเหมือนตอนบังเอิญพบกันเป็นบางครั้งที่เมืองจินหลิงทุกประการ ปราศจากความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้นในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา
หลังจากคิดเช่นนี้ กงอี๋เฉิงก็เดินเข้าไปข้างใน
เจี้ยนซูยืนอยู่นอกประตู ไม่ได้ตามเข้าไปด้วย
แสงหรุบหรู่จากภายนอกห้องทำพิณสาดส่องกรอบหน้าต่าง เซี่ยเวยสวมชุดนักพรตสีขาวบริสุทธิ์ เพียงเกล้าผมด้วยปินไม้ตะโก เส้นผมเกินครึ่งแผ่สยายบนแผ่นหลัง เผยความรู้สึกผ่อนคลายสบายอารมณ์ยามอยู่ในจวน
ชุดน้ำชาจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อย
เขาเงยหน้ามองกงอี๋เฉิง เชิญให้นั่งลงพลางกล่าวปนยิ้ม “หลายวันก่อนได้ยินว่ากงอี๋เซียนเซิงมาถึงเมืองหลวง ข้ายังไม่ค่อยเชื่ออยู่บ้าง คิดว่าหากเซียนเซิงมาเมืองหลวงแล้วจะต้องบอกกล่าวคนแซ่เซี่ยสักคำ คิดไม่ถึงว่าเซียนเซิงจะมาจริงๆ”
ศูนย์กลางอำนาจของนิกายสวรรค์อยู่ทางใต้
ส่วนเมืองหลวงตั้งอยู่ทางเหนือ ขุมกำลังของราชสำนักแม้จะกล้าแกร่ง แต่ยิ่งมุ่งใต้ก็ยิ่งอ่อนลงเรื่อย ๆ ง่ายแก่การเผยแพร่คำสอนของนิกายสวรรค์เพื่อขยายฐานอำนาจพอดี
กงอี๋เฉิงจึงมักอยู่ที่เมืองจินหลิง
ส่วนเมืองหลวงคือสถานที่ที่นิกายสวรรค์มีกำลังอ่อนแอมากที่สุด
แต่นับจากเซี่ยเวยเดินทางมาสอบระดับแคว้นที่เมืองหลวงเมื่อหลายปีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่เริ่มวางแผนการเพื่อช่วยเสิ่นหลางขึ้นครองราชย์เมื่อสี่ปีที่แล้ว คนผู้นี้ก็กลาย