เป็นช่องทางที่นิกายสวรรค์จะใช้ข้องเกี่ยวกับราชสำนัก ขุมกำลังของนิกายสวรรค์จึงแผ่ขยายเข้ามาถึงเมืองหลวงมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งถึงตอนนี้ก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว เขาจึงเป็นผู้ช่วยให้กำลังของนิกายแข็งแกร่งขึ้นอย่างลับ ๆตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ฉะนั้นในเมืองแห่งนี้ เซี่ยเวยจึงถือเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ
หากว่ากันตามเหตุผล กงอี๋เฉิงเมื่อมาถึงเมืองหลวงแล้วไม่ว่าอย่างไรก็ควรบอกกล่าวเซี่ยเวยสักคำในฐานะที่อยู่ร่วมนิกาย แต่เขากลับไม่ได้ทำ
กงอี๋เฉิงนั่งลงฝังตรงข้ามเซี่ยเวย ยามนี้กำลังมองสำรวจอีกฝั่าย คล้ายกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าคำกล่าวของเซี่ยเวยมีความนัยลึกซึ้งแอบแฝงหรือไม่แต่เมื่อเอ่ยปากกลับพูดอย่างตรงไปตรงมา “เจ้านิกายมีบัญชามา ข้าจึงมีเรื่องด่วนติดพันทำให้มัวแต่สะสางจนลืมไป ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือ?”
เซี่ยเวยเทน้ำร้อนที่กำลังเดือดพล่านลงในถ้วยชา
กงอี๋เฉิงมองดูน้ำซึ่งมีไอสีขาวพวยพุ่ง กล่าวอย่างเรียบเฉย “เมืองหลวงแห่งนี้มีหูตาทุกแห่งหน งานที่เจ้านิกายสั่งการลงมาย่อมมีคนมาถามความเห็นเจ้าว่าสมควรทำหรือไม่อยู่แล้ว ไหนเลยจะต้องให้ข้ามาบอกกล่าวเจ้าอีก?”
มือที่ถือกาอยู่ของเซี่ยเวยหยุดชะงัก “กงอี๋เซียนเซิงกล่าวหนักเกินไปแล้ว ทุกคนในนิกายสวรรค์ต่างถือท่านเจ้านิกายเป็นใหญ่ เมื่อมีคำสั่งมาก็ต้องทำตาม ท่านเจ้านิกายมีพระคุณต่อเวยยิ่งใหญ่ดุจขุนเขา แล้วเวยจะกล้าก้าวล่วงอำนาจได้