อย่างไร?”
กงอี๋เฉิงหัวเราะเย็นชา “อย่างนั้นหรือ?”
เซี่ยเวยวางกาต้มน้ำลงบนเตาด้วยสีหน้าไม่แปรเปลี่ยน อีกทั้งยังหันกลับมารินชาให้กงอี๋เฉิงอีกด้วย “เวยไม่เคยกระทำเรื่องที่สร้างความเสียหายต่อนิกายสวรรค์”
สายตากงอี๋เฉิงพลันคมกริบขึ้นมาเล็กน้อยก่อนลุกขึ้นเดินย่ำไปสองก้าว ก้มมองเซี่ยเวยจากตำแหน่งที่ค่อนข้างสูงกว่า แล้วพูดว่า “เช่นนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นนอกทงโจวกับเฟิงไถจะอธิบายเช่นไร?”
เซี่ยเวยจิบชา เลิกคิ้วถาม “เรื่องอันใด?”
กงอี๋เฉิงเห็นเขามีท่าทีนิ่งเฉยคล้ายไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเช่นนี้ก็รู้สึกเหมือนมีเพลิงโทสะแผ่พุ่งมาจากกลางอก ตำหนิเสียงแหลมขึ้นหลายส่วน“ในเมื่อฮ่องเต้สุนัขเดินหมากพลาดคิดจะจัดการจวนหย่งอี้โหว ดังนั้นการปลุกระดมราษฎรก็จะทำให้แผ่นดินวุ่นวายและยิ่งดึงกองทหารมาเป็นพวกได้ง่ายดายขึ้นด้วย เช่นนี้แล้วนิกายเราจะกล้าแกร่งมากยิ่งขึ้น นับเป็นโอกาสอันดีที่สวรรค์ประทานมาให้เพื่อโค่นล้มราชสำนัก! ทว่าคนสามกลุ่มที่ส่งไปกลับหายสาบสูญไร้ร่องรอย ไม่นานนักก็พบศพในดงต้นกกตรงท่าเรือ ล้วนถูกสังหารทั้งสิ้น! นี่เจ้าไม่รู้เรื่องเชียวหรือ?!”
อาจเพราะชาที่ชงวันนี้ร้อนเกินไป น้ำชาที่ชงมาครั้นผ่านปลายลิ้นกลับทิ้งรสฝาดเอาไว้หลายส่วน
เข้าสู่เหมันต์แล้วเช่นนี้ ชาใหม่ยามวสันต์จึงเก่าไปแล้ว
เซี่ยเวยค่อย ๆ วางถ้วยชา เคลื่อนสายตาขึ้นสบกับกงอี๋เฉิงพลางแย้มยิ้มเล็กน้อย “อ้อ มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ? ตั้งแต่กงอี๋