เซียนเซิงเข้าเมืองหลวง เวยก็ไม่กล้าสอดมือยุ่งเรื่องของนิกายปล่อยให้เซียนเซิงเป็นผู้จัดการทุกสิ่ง เวยจึงไม่รู้จริง ๆ ว่าเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ขึ้น มิทราบว่าสืบได้แล้วหรือไม่ว่าเป็นฝีมือของผู้ใด?”
“…”
ดวงตาทั้งสองคู่สบประสาน สีหน้าและแววตาของเซี่ยเวยเรียบนิ่งยิ่งนัก ส่วนกงอี๋เฉิงนั้นกลับเขม็งเกลียว ใบหน้าเผยความเคร่งเครียดอย่างบอกไม่ถูก
ต่อให้ที่ผ่านมาน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง แต่ดูเหมือนว่ากงอี๋เฉิงมักจะไม่ถูกกับเซี่ยเวย
กงอี๋เฉิงคิดว่าเจ้านิกายเดินหมากก้าวนี้พลาดสมัยนั้นควรขุดรากถอนโคนเสีย ไม่ควรเก็บคนผู้นี้เอาไว้เลย อีกทั้งไม่เพียงปล่อยให้เขามีสถานะสูงส่งในนิกายสวรรค์ ยังจะปล่อยเขาให้มาอยู่เมืองหลวงซึ่งเป็นสถานที่ที่ขุมกำลังของนิกายสวรรค์ยากจะแทรกซึมอีก!
ชักศึกเข้าบ้านและปล่อยเสือเข้าปั่า!
กงอี๋เฉิง “เช่นนั้นมันก็แปลกแล้วจริง ๆ ข้านึกว่าอย่างไรเสียตู้จวินกับจวนหย่งอี้โหวก็มีความสัมพันธ์กันมิใช่น้อย ครั้งนี้เจ้ายังไปสวมกวานและตั้งนามรองให้ท่านโหวน้อยอีก ดูเหมือนเจ้าจะคิดถึงสายสัมพันธ์ในอดีตอย่างไรอย่างนั้น ข้านึกว่าเจ้าไม่พอใจแผนการของนิกายสวรรค์จนไปลอบสกัดขัดขวางในทางลับเพราะคิดว่าท่านเจ้านิกายโหดเหี้ยมอำมหิตเกินไปเสียอีก!”เซี่ยเวย “กงอี๋เซียนเซิงเข้าใจผิดแล้ว”
อย่างไรก็ตาม ขณะที่เอ่ยออกไปเขากลับไม่ได้สบตากงอี๋เฉิง ทว่าเบนสายตาไปมองต้นไม้ใบหญ้าซึ่งกำลังโรยราในลานเรือนแทน ลุกเดินเอามื