องเจ้านิกาย วันนี้มาเมืองหลวงกลับสร้างคดีหยกหรูอี้จนเกิดเรื่องวุ่นวายชักนำให้ผู้บริสุทธิ์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเสียได้ ซ้ำยังใส่ความจวนโหวว่าไม่ซื่อสัตย์จงรักภักดีและไม่สนใจไยดีชีวิตของคนทั้งตระกูล ขอบังอาจเรียนถามเซียนเซิงว่ายังจำคำสาบานและปณิธานที่ตั้งมั่นไว้ในตอนนั้นได้หรือไม่?”
“ดี ดี! นับว่าพูดความจริงออกมาได้เสียที!”กงอี๋เฉิงอดปรบมือไม่ได้ ทว่าสายตาที่ใช้จ้องมองเซี่ยเวยกลับกอปรด้วยความดูแคลนหลายส่วน“หลายเดือนก่อนตอนท่านเจ้านิกายลอบส่งข้ามาเมืองหลวงเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เขาก็เคยกังวลเช่นกัน ประการแรก กลัวว่าเจ้าจะลุ่มหลงยศถาบรรดาศักดิ์ ประการที่สองกลัวว่าเจ้าจะผูกพันกับจวนโหวมากเกินไปจนใจอ่อนเยี่ยงสตรี! เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้ที่คำนึงถึงสถานการณ์โดยรวม คิดไม่ถึงว่าท่านเจ้านิกายกลับพูดถูกต้องทุกประการ!”
เซี่ยเวยเคลื่อนสายตากลับไปมองเขา ไม่ได้ตอบคำ
กงอี๋เฉิงแววตาเย็นชา แม้แต่น้ำเสียงก็ยังแผ่ความเย็นเยียบมากมายนัก “เจ้าอย่าลืมสิว่าสมัยนั้นผู้ใดเป็นคนไว้ชีวิตเจ้า และผู้ใดทำให้เจ้ามีทุกอย่างเช่นวันนี้! ในเมื่อเจ้ารู้ว่านิกายสวรรค์มีบุญคุณยิ่งใหญ่ประดุจขุนเขา ประหนึ่งเป็นผู้ให้โอกาสเจ้าได้มีชีวิตใหม่ เจ้าก็ควรรู้ไว้บ้างว่าตนอยู่ในสถานะใด! จะมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่ท่านเจ้านิกายต้องการจะทำได้อย่างไร?!”เซี่ยเวยยังคงไม่เอ่ยวาจา
ลูกศรดอกนั้นอยู่บนปลายนิ้วเขา ปราศจากค